
สิงหาคม 6, 2026
Rolex ราคา แต่ละรุ่นเท่าไหร่? เจาะปัจจัยอะไรที่ทำให้มูลค่าสูงขึ้น
By THONG PATEK
Rolex ราคา แต่ละรุ่นแตกต่างกันตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายล้านบาท โดยขึ้นอยู่กับ Collection, Reference และรายละเอียดของนาฬิกาแต่ละเรือน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาไม่เท่ากัน ได้แก่ วัสดุตัวเรือน สีหน้าปัด ความนิยมในตลาด และความหายากของแต่ละ Reference นอกจากนี้ ราคาป้ายจาก Rolex อาจแตกต่างจากราคาตลาดรอง เพราะบางรุ่นมีความต้องการสูงกว่าจำนวนสินค้าที่สามารถหาได้ในตลาด ขณะที่บางรุ่นอาจซื้อขายต่ำกว่าราคาป้ายเมื่อเข้าสู่ตลาดมือสอง
ดังนั้นเมื่อพูดถึงคำว่าราคา Rolex จึงไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขที่ปรากฏในประกาศขาย แต่ต้องตรวจสอบให้ได้ก่อนว่าตัวเลขนั้นเป็นราคาประเภทใด ได้แก่ ราคาป้าย หรือ Official Retail Price คือราคาที่แบรนด์หรือผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกำหนดสำหรับนาฬิกาใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีสินค้าให้ซื้อได้ทันที
ราคาตลาดรอง หรือ Secondary-market Price คือค่าประเมินหรือช่วงราคาที่สะท้อนตลาดนาฬิกามือสอง โดยอาจประมวลจากข้อมูลหลายรายการและประวัติการซื้อขาย ส่วน ราคาประกาศขาย หรือ Listing Price คือราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ ยังไม่ใช่ราคาที่ปิดการขายจริง และอาจมีพื้นที่สำหรับการต่อรอง
ราคาประมูล หรือ Auction Result คือราคาของนาฬิกาเฉพาะเรือนในงานประมูล ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากสภาพ ความหายาก ประวัติผู้ครอบครอง และการแข่งขันระหว่างผู้ประมูล จึงไม่ควรนำผลประมูลเพียงรายการเดียวมาใช้เป็นราคากลางของ Reference ทั้งหมด
บทความนี้ใช้ Rolex ราคา ป้ายจากเว็บไซต์ประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนราคาตลาดรองใช้ค่าประเมินจาก WatchCharts ประกอบกับช่วงราคาประกาศขายหลายรายการบน Chrono24 เพื่อให้เห็นทั้ง “มูลค่าตลาดอ้างอิง” และ “ราคาที่ผู้ขายกำลังเสนอขาย” โดยไม่ใช้ประกาศเพียงรายการเดียวเป็นตัวแทนตลาดทั้งหมด
Table of Contents
Rolex Submariner ราคา เท่าไหร่?
Rolex Submariner คือหนึ่งในนาฬิกาดำน้ำที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์ จุดเริ่มต้นของ Collection ย้อนกลับไปถึงปี 1953 ก่อนที่รุ่น Submariner Date จะเข้ามาเสริมฟังก์ชันวันที่ในเวลาต่อมา เอกลักษณ์สำคัญคือขอบหน้าปัดหมุนได้ทิศทางเดียว ตัวเรือนกันน้ำระดับ 300 เมตร เข็มและหลักชั่วโมงแบบ Chromalight รวมถึงสาย Oyster ที่ให้ภาพลักษณ์แข็งแรงและใช้งานได้หลากหลาย
Rolex Submariner Date 126610LN
ราคา Rolex Submariner Date Reference 126610LN ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 41 มิลลิเมตร หน้าปัดสีดำ และขอบ Cerachrom เซรามิกสีดำ พร้อมสเกล 60 นาที ตัวเรือนกันน้ำได้ลึก 300 เมตร ใช้สาย Oyster และตัวล็อก Oysterlock ร่วมกับระบบปรับความยาว Glidelock ซึ่งช่วยให้ผู้สวมปรับสายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
ภายในใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 3235 แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ สำรองพลังงานประมาณ 70 ชั่วโมง รุ่นนี้ยังอยู่ในสายการผลิตและปรากฏอยู่ในแค็ตตาล็อก Rolex ประเทศไทย ณ วันที่ตรวจสอบ

Rolex Submariner Date 126610LN ราคา ป้ายล่าสุดอยู่ที่ 410,400 บาท ส่วน WatchCharts ประเมินราคาตลาดมือสองระดับ Reference ไว้ประมาณ 13,641 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 461,000 บาท เมื่อแปลงด้วยอัตราอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่ราคาประกาศขายหลายรายการบน Chrono24 อยู่ในช่วงประมาณ 468,000–573,000 บาท ตามปี สภาพ ประเทศผู้ขาย และอุปกรณ์ที่มาพร้อมนาฬิกา
เหตุผลที่ราคาตลาดรองของ 126610LN สูงกว่าราคาป้ายในหลายช่วงตลาด มาจากภาพจำของ Submariner ในฐานะ Rolex Sport รุ่นหลัก การใช้งานที่ครอบคลุม และจำนวนผู้ต้องการที่มีมาก ข้อมูล WatchCharts ยังสะท้อนปริมาณการซื้อขายในรอบปีจำนวนมากและระยะเวลาวางขายระดับประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่านาฬิการุ่นนี้มีสภาพคล่องค่อนข้างสูงเมื่อราคา สภาพ และอุปกรณ์อยู่ในระดับเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างจากราคาป้ายสามารถเปลี่ยนแปลงได้และไม่ใช่การรับประกันว่าผู้ซื้อทุกคนจะขายต่อได้กำไร
Rolex Submariner Date 126610LV
Reference 126610LV มีพื้นฐานด้านขนาด วัสดุ และกลไกใกล้เคียงกับ 126610LN กล่าวคือเป็นตัวเรือน Oystersteel ขนาด 41 มิลลิเมตร ใช้กลไก Calibre 3235 และกันน้ำได้ 300 เมตร แต่เปลี่ยนจุดเด่นเป็นขอบ Cerachrom สีเขียวตัดกับหน้าปัดสีดำ จึงได้รับชื่อเรียกในตลาดว่า “Starbucks”
Rolex ราคา ป้ายล่าสุดของ 126610LV อยู่ที่ 430,300 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินมูลค่าตลาดไว้ประมาณ 14,374 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 486,000 บาท ส่วนราคาประกาศขายที่พบจากหลายรายการอยู่ราว 528,000–580,000 บาท

แม้ 126610LN และ 126610LV จะใช้วัสดุและกลไกพื้นฐานเหมือนกัน แต่สีขอบเขียวทำให้ 126610LV มีบุคลิกที่แตกต่างและมีจำนวนผู้ตามหาสูงกว่าในบางตลาด จึงมักมีพรีเมียมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คำว่า “หายาก” ในกรณีนี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะ Rolex ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผลิตราย Reference ต่อสาธารณะ สิ่งที่สังเกตได้ชัดกว่าคือจำนวนเรือนที่ผู้ซื้อเข้าถึงได้ในช่องทางปกติเมื่อเทียบกับความต้องการในตลาดรอง
ราคา Rolex Daytona แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร?
Rolex Cosmograph Daytona ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับโลกของมอเตอร์สปอร์ต ตัวเรือนมาพร้อมฟังก์ชัน Chronograph สำหรับจับเวลาและสเกล Tachymeter บนขอบหน้าปัดเพื่อใช้คำนวณความเร็วเฉลี่ย ความนิยมของ Daytona ไม่ได้เกิดจากกลไกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากดีไซน์ที่จดจำได้ง่าย ประวัติศาสตร์ของ Collection และจำนวนผู้ต้องการรุ่นสตีลที่อยู่ในระดับสูง
Rolex Cosmograph Daytona 126500LN หน้าปัดขาว
Rolex Daytona Reference 126500LN-0001 ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 40 มิลลิเมตร ขอบ Cerachrom สีดำพร้อมสเกล Tachymeter และหน้าปัดสีขาวตัดกับวงย่อยสีดำ จนได้รับชื่อเรียกในตลาดว่า “Panda” กลไกภายในคือ Calibre 4131 แบบไขลานอัตโนมัติ รองรับการจับเวลาระดับ 1/8 วินาที ตัวนับ 30 นาทีและ 12 ชั่วโมง สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง และกันน้ำได้ 100 เมตร รุ่นนี้ยังอยู่ในสายการผลิตปัจจุบัน
Rolex ราคา ป้ายประเทศไทยที่แสดงบนเว็บไซต์ Rolex อยู่ที่ 609,500 บาท แต่ WatchCharts ประเมินราคาตลาดมือสองของรุ่นหน้าปัดขาวไว้ประมาณ 34,020 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.15 ล้านบาท ส่วนประกาศขายหลายรายการบน Chrono24 อยู่ประมาณ 1.20–1.36 ล้านบาท

ส่วนต่างระหว่างราคาป้ายกับราคาตลาดรองของ Daytona หน้าปัดขาวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “ราคาในแค็ตตาล็อก” ไม่ได้สะท้อนต้นทุนในการเข้าถึงสินค้าเสมอไป เมื่อความต้องการสูงและผู้ซื้อไม่สามารถเลือกซื้อจากช่องทางทางการได้ทันที ผู้ที่ต้องการนาฬิกาโดยไม่รอจึงอาจยอมรับราคาตลาดรองที่สูงกว่า
ข้อมูล WatchCharts ยังระบุว่ารุ่นหน้าปัดขาวมีปริมาณการซื้อขายในรอบปีสูงและระยะเวลาวางขายค่ากลางประมาณ 12 วัน ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องที่ดีในตลาดสากล อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านาฬิกาทุกเรือนจะขายได้ภายในระยะเวลาเดียวกัน เพราะราคาที่ตั้ง สภาพ ความครบของอุปกรณ์ และตำแหน่งของผู้ขายยังมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
Rolex Cosmograph Daytona 126500LN หน้าปัดดำ
Daytona 126500LN หน้าปัดดำใช้ตัวเรือน วัสดุ ขอบเซรามิก และกลไก Calibre 4131 เช่นเดียวกับรุ่นหน้าปัดขาว แต่ราคาตลาดรองกลับแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ WatchCharts ประเมินหน้าปัดดำไว้ประมาณ 28,775 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 972,000 บาท ขณะที่ประกาศขายหลายรายการอยู่ราว 1.03–1.13 ล้านบาท

ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็น Reference พื้นฐานเดียวกัน แต่สีหน้าปัดสามารถเปลี่ยนระดับความต้องการและพรีเมียมในตลาดรองได้ รุ่นหน้าปัดขาวมีภาพลักษณ์ Panda ที่เด่นชัดและเป็นที่ต้องการมากกว่า จึงมักมีราคาสูงกว่าหน้าปัดดำ อย่างไรก็ตาม หน้าปัดดำยังคงเป็นรุ่นที่มีความนิยมและสภาพคล่องสูงเมื่อเทียบกับนาฬิกาหรูทั่วไป
Rolex Cosmograph Daytona 126503 Yellow Rolesor
Daytona 126503 ใช้ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร ผสมผสาน Oystersteel กับทองคำ 18 กะรัตตามรูปแบบ Yellow Rolesor ขอบทองคำมาพร้อมสเกล Tachymeter และใช้กลไก Calibre 4131 สำรองพลังงานประมาณ 72 ชั่วโมง โดยมีตัวเลือกหน้าปัดหลายแบบ เช่น สีขาว สีดำ และสี Champagne
Rolex ราคาป้ายประเทศไทยของ Configuration ที่อ้างอิงอยู่ที่ 888,400 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินราคาแตกต่างกันตามหน้าปัดประมาณ 23,470–24,674 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 793,000–834,000 บาท ส่วนราคาประกาศขายในตลาดอยู่ประมาณ 805,000–1.05 ล้านบาท

126503 เป็นตัวอย่างสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่า Rolex Daytona ไม่ได้มีราคาตลาดรองสูงกว่าราคาป้ายทุก Reference รุ่นสตีลหน้าปัดขาวอาจมีพรีเมียมสูง แต่รุ่น Two-tone บาง Configuration สามารถซื้อขายใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาป้ายได้ ปัจจัยสำคัญจึงไม่ใช่เพียงชื่อ Collection แต่ต้องดูทั้งวัสดุ หน้าปัด Reference ย่อย สภาพ และภาวะตลาดในช่วงเวลานั้น
ราคา Rolex Datejust เริ่มต้นเท่าไหร่?
Rolex Datejust เปิดตัวครั้งแรกในปี 1945 และเป็นหนึ่งใน Collection ที่สะท้อนภาพลักษณ์คลาสสิกของแบรนด์ได้ชัดเจน จุดเด่นคือหน้าต่างวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา พร้อมเลนส์ Cyclops สำหรับขยายตัวเลขวันที่ มีขนาด วัสดุ หน้าปัด ขอบ และสายให้เลือกหลากหลาย จึงทำให้คำถามว่า Rolex Datejust ราคาเท่าไหร่ ต้องระบุ Configuration ให้ชัดเจนเสมอ
Rolex Datejust 36 Reference 126200
Datejust 36 Reference 126200 ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 36 มิลลิเมตร ขอบเรียบทรงโดม และสามารถพบได้ทั้งสาย Oyster และ Jubilee ขึ้นอยู่กับ Configuration ตัวอย่างที่อ้างอิงจากเว็บไซต์ Rolex ใช้หน้าปัดสีเขียว Ombré ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกใหม่ของปี 2026 ภายในใช้กลไก Calibre 3235 แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ สำรองพลังงานประมาณ 70 ชั่วโมง กันน้ำได้ 100 เมตร และยังอยู่ในสายการผลิต
Rolex ราคาป้ายของ Configuration ที่อ้างอิงอยู่ที่ 302,700 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินราคาตลาดระดับ Reference ไว้ประมาณ 9,022 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 305,000 บาท ประกาศขายทั่วไปบน Chrono24 อยู่ประมาณ 303,000–396,000 บาท ส่วนหน้าปัดพิเศษหรือเรือนใหม่บางรายการอาจประกาศสูงกว่านี้

Rolex Datejust 126200 มีราคาตลาดรองค่อนข้างใกล้กับราคาป้ายเมื่อเทียบกับ Daytona หรือ Submariner บางรุ่น สาเหตุหนึ่งคือ Datejust มีตัวเลือกจำนวนมากและมีสินค้าในตลาดรองกระจายอยู่หลาย Configuration ผู้ซื้อจึงสามารถเปรียบเทียบได้มากกว่า ทำให้ความขาดแคลนไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกหน้าปัดหรือทุกสายพร้อมกัน
ในทางกลับกัน หน้าปัดที่กำลังได้รับความนิยม รุ่นปีใหม่ สภาพ Unworn หรือ Configuration ที่หาซื้อได้ยากในช่วงเวลาหนึ่ง อาจถูกประกาศขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Reference ได้ ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบราคา ต้องตรวจสอบว่าหน้าปัด สาย ขอบ และปีของนาฬิกาตรงกันจริง
Rolex Datejust 36 Reference 126234
Reference 126234 ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 36 มิลลิเมตร แต่เพิ่มขอบหยัก Fluted Bezel ที่ทำจากทองคำขาว 18 กะรัต จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม White Rolesor ตัวเรือนสามารถจับคู่กับสาย Oyster หรือ Jubilee และมีหน้าปัดให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่หน้าปัดเรียบ ตัวเลขโรมัน ไปจนถึงหลักชั่วโมงประดับเพชร

ตัวอย่าง Reference 126234-0067 ที่ใช้ในบทความมีราคาป้าย 462,000 บาท สำหรับ Configuration หน้าปัดประดับเพชรและสาย Jubilee ส่วนราคาตลาดจาก WatchCharts ที่ประมาณ 418,000 บาท เป็นค่าประเมินระดับ Reference 126234 โดยรวม ไม่ได้หมายถึง Configuration ประดับเพชรทุกรูปแบบ ขณะที่ราคาประกาศขายอยู่ในช่วงประมาณ 390,000–535,000 บาท
ตัวเลขนี้สะท้อนข้อควรระวังสำคัญในการอ่านราคา Datejust กล่าวคือ การเปรียบเทียบเพียงหมายเลข Reference หลักยังไม่เพียงพอ เพราะ Reference เดียวกันอาจมีหน้าปัด สาย และการประดับอัญมณีหลายแบบ ผู้ซื้อควรตรวจสอบรหัส Configuration เต็ม รวมถึงรูปแบบหน้าปัดและอุปกรณ์ก่อนสรุปว่านาฬิกาเรือนใดแพงหรือถูกกว่าตลาด
ราคา Rolex Oyster Perpetual หน้าปัดยอดนิยม
Rolex Oyster Perpetual เป็น Collection ที่นำเสนอแก่นพื้นฐานของนาฬิกา Rolex ผ่านหน้าปัดแบบสามเข็ม ไม่มีช่องวันที่ และใช้ตัวเรือน Oystersteel เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย ใช้งานง่าย และเลือกขนาดให้เข้ากับข้อมือได้หลากหลาย
แม้จะถูกมองว่าเป็นประตูบานแรกสู่โลกของนาฬิกา Rolex แต่ Rolex Oyster Perpetual ราคาในตลาดรองไม่ได้ต่ำกว่าราคาป้ายเสมอไป โดยเฉพาะสีหน้าปัดที่ได้รับความนิยมสูงหรือมีจำนวนหมุนเวียนในตลาดจำกัด
Rolex Oyster Perpetual 36 Reference 126000
Oyster Perpetual 36 Reference 126000 ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 36 มิลลิเมตร สาย Oyster และกลไกอัตโนมัติ Calibre 3230 สำรองพลังงานประมาณ 70 ชั่วโมง กันน้ำได้ 100 เมตร รุ่นนี้มีหน้าปัดหลายสี โดย Turquoise Blue และ Lavender เป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจในปี 2026
Rolex ราคา ป้ายประเทศไทยอยู่ที่ 243,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น Configuration Turquoise Blue หรือ Lavender ที่ตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการ ส่วน WatchCharts ประเมินมูลค่าระดับ Reference 126000 ไว้ประมาณ 9,726 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 329,000 บาท


ประกาศขายสีทั่วไปและเรือนสภาพดีที่พบในตลาดอยู่ประมาณ 325,000–370,000 บาท อย่างไรก็ตาม หน้าปัดพิเศษบางสีหรือ Configuration ที่มีความต้องการสูงสามารถมีราคาประกาศแตะ 500,000 บาทขึ้นไป ได้ ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปใช้แทนราคากลางของ 126000 ทุกเรือน เพราะพรีเมียมเกิดจากสีหน้าปัดเฉพาะ ไม่ใช่เพียงหมายเลข Reference
ความนิยมของสีหน้าปัดอาจเปลี่ยนตามกระแส แฟชั่น และการปรับไลน์ผลิต หากหน้าปัดใดถูกยกเลิกในอนาคต ราคาตลาดอาจเปลี่ยนได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ จึงไม่ควรตัดสินใจซื้อจากความคาดหวังว่าทุกสีจะรักษาพรีเมียมไว้ได้ตลอดเวลา
Rolex Oyster Perpetual 41 Reference 134300
Oyster Perpetual 41 Reference 134300 ใช้ตัวเรือน Oystersteel ขนาด 41 มิลลิเมตร เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าปัดใหญ่และภาพลักษณ์ร่วมสมัย กลไก Calibre 3230 สำรองพลังงานประมาณ 70 ชั่วโมง กันน้ำได้ 100 เมตร และมีหน้าปัดให้เลือกหลายสี เช่น Pistachio สีดำ และสีน้ำเงิน
Rolex ราคา ป้ายประเทศไทยอยู่ที่ 255,000 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินราคาตลาดของ Reference 134300 ไว้ประมาณ 10,272 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 347,000 บาท ส่วนราคาประกาศขายของสีมาตรฐานที่พบหลายรายการอยู่ประมาณ 358,000–366,000 บาท

134300 ยังเป็น Reference ที่มีประวัติในตลาดไม่นานเท่ารุ่นคลาสสิกหลายรุ่น จึงอาจมีความผันผวนมากกว่าในช่วงที่กระแสหน้าปัดใหม่ยังร้อนแรง ผู้ซื้อควรพิจารณาว่าต้องการนาฬิกาเพื่อสวมใส่จริง หรือยอมจ่ายพรีเมียมเพื่อให้ได้สีที่ต้องการทันที เพราะพรีเมียมของสีหน้าปัดสามารถปรับตัวเมื่อจำนวนสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น
ราคา Rolex Day-Date และเหตุผลที่อยู่ในกลุ่มระดับสูง
Rolex Day-Date เปิดตัวในปี 1956 และเป็นนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่แสดงทั้งวันที่และชื่อวันแบบเต็มคำผ่านช่องหน้าปัด ตัวเรือนผลิตจากโลหะมีค่าเท่านั้น ได้แก่ ทองคำหรือแพลทินัม และมักจับคู่กับสาย President ซึ่งออกแบบขึ้นสำหรับ Collection นี้โดยเฉพาะ
การใช้โลหะมีค่าทั้งตัวเรือน ขอบ และสาย ทำให้ Rolex Day-Date ราคาเริ่มต้นสูงกว่า Rolex สตีลหลาย Collection อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ราคาป้ายที่สูงไม่ได้หมายความว่าทุก Reference จะซื้อขายเหนือราคาป้ายในตลาดรอง เพราะน้ำหนักโลหะ สีหน้าปัด ความนิยม และต้นทุนการถือครองมีผลต่อจำนวนผู้ซื้อเช่นกัน
Rolex Day-Date 40 Reference 228238
Day-Date 40 Reference 228238 ใช้ตัวเรือนและสาย President ผลิตจากทองคำ 18 กะรัต ขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร พร้อมขอบหยัก Fluted Bezel ตัวอย่างที่อ้างอิงใช้หน้าปัดสี Champagne ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพจำคลาสสิกของ Day-Date ภายในใช้ Calibre 3255 แสดงวันและวันที่แบบเปลี่ยนทันที สำรองพลังงานประมาณ 70 ชั่วโมง และกันน้ำได้ 100 เมตร รุ่นนี้ยังอยู่ในสายการผลิต
Rolex ราคา ป้ายประเทศไทยอยู่ที่ 1,824,500 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินมูลค่าตลาดระดับ Reference ไว้ประมาณ 50,161 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.69 ล้านบาท ราคาประกาศขายที่พบมีช่วงกว้างประมาณ 1.57–2.31 ล้านบาท และอาจสูงกว่านี้สำหรับหน้าปัด Ombré หน้าปัดหิน หรือหน้าปัดประดับเพชร

ราคาตลาดของ 228238 จึงต้องอ่านร่วมกับหน้าปัดอย่างละเอียด รุ่นหน้าปัดมาตรฐานที่ผ่านการใช้งานอาจซื้อขายต่ำกว่าราคาป้าย ขณะที่หน้าปัดสีเขียว Ombré หน้าปัดหินธรรมชาติ หรือ Configuration ที่มีจำนวนไม่มากสามารถมีราคาประกาศสูงกว่าป้ายได้มาก
Rolex Day-Date 40 Reference 228235
Reference 228235 ใช้ Everose Gold 18 กะรัต ซึ่งเป็นโลหะผสมทองคำโทนชมพูของ Rolex ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร จับคู่กับสาย President และขอบ Fluted Bezel ตัวอย่างหน้าปัด Sundust มีราคาป้ายประเทศไทย 1,961,900 บาท
WatchCharts ประเมินมูลค่าตลาดของ Reference 228235 ไว้ประมาณ 51,869 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.75 ล้านบาท ส่วนประกาศขายมีตั้งแต่ประมาณ 1.57–2.32 ล้านบาท สำหรับรุ่นทั่วไปและรุ่นปีใหม่ ขณะที่ Olive Green, Slate Ombré, Eisenkiesel หรือหน้าปัดพิเศษบางแบบอาจมีราคาสูงกว่าอย่างชัดเจน

Day-Date เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับโลหะมีค่า ภาพลักษณ์หรูหรา และดีไซน์ President มากกว่าการมองหา Rolex Sport ที่มีส่วนต่างจากราคาป้ายสูงที่สุด ผู้สะสมควรเลือกหน้าปัดอย่างระมัดระวัง เพราะหน้าปัดเป็นหนึ่งในตัวแปรหลักที่ทำให้เรือนซึ่งใช้ Reference เดียวกันมีราคาตลาดต่างกันหลายแสนบาท
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ Rolex ราคา สูงขึ้น?
ราคาของนาฬิกา Rolex ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยเหตุผลเดียว และไม่ใช่ทุก Reference ที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นเสมอ ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้
- Collection และ Reference ชื่อ Collection เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ต้องดูต่อไปถึง Reference และ Configuration ย่อย ตัวอย่างเช่น Daytona 126500LN หน้าปัดขาวมีราคาตลาดสูงกว่าหน้าปัดดำ แม้ใช้ตัวเรือนและกลไกเดียวกัน ขณะที่ Daytona Two-tone 126503 บางหน้าปัดอาจมีราคาตลาดใกล้เคียงหรือต่ำกว่าป้าย
- วัสดุและต้นทุนโลหะมีค่า Oystersteel, Yellow Rolesor, Everose Gold, White Gold และ Platinum ทำให้ต้นทุนและราคาป้ายต่างกัน ในเดือนมิถุนายน 2026 Rolex ปรับราคานาฬิกาทองคำขึ้นอีกครั้ง โดย Reuters รายงานว่าการปรับเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% ท่ามกลางราคาทองคำที่สูงขึ้นและความต้องการจากกลุ่มลูกค้าระดับบน อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาป้ายไม่ได้หมายความว่าราคาตลาดรองจะปรับขึ้นในสัดส่วนเดียวกันทุก Reference
- สีหน้าปัดและสีขอบ หน้าปัด Panda ของ Daytona สี Turquoise ของ Oyster Perpetual ขอบเขียวของ Submariner หรือหน้าปัด Olive และ Ombré ของ Day-Date ล้วนทำให้ความต้องการแตกต่างกัน สีที่ได้รับความนิยมอาจทำให้ราคาตลาดสูงขึ้นได้ แม้สเปกกลไกพื้นฐานจะเหมือนกับสีอื่น
- ความนิยมและจำนวนสินค้าในตลาด เมื่อจำนวนผู้ต้องการมากกว่าจำนวนสินค้าที่เข้าถึงได้ ราคาตลาดรองอาจสูงกว่าราคาป้าย โดยเฉพาะรุ่นสปอร์ตสตีล อย่างไรก็ตาม ควรแยกระหว่าง “ของหายากในเชิงประวัติศาสตร์” กับ “ของที่หาซื้อจากร้านยากในช่วงเวลาหนึ่ง” เพราะ Rolex ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตราย Reference ต่อสาธารณะ
- สถานะ Discontinued Reference ที่เลิกผลิตอาจมีราคาสูงขึ้นเมื่อยังมีคนตามหาและจำนวนเรือนสภาพดีลดลง แต่คำว่า Discontinued ไม่ได้ทำให้ราคาขึ้นโดยอัตโนมัติ หากรุ่นนั้นมีความต้องการน้อย มีสินค้าในตลาดมาก หรือมีรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมกว่า ราคาก็อาจทรงตัวหรือลดลงได้
- สภาพ ความดั้งเดิม และประวัติการเซอร์วิส รอยกระแทก ขอบตัวเรือนที่ถูกขัดบาง ชิ้นส่วนที่เปลี่ยน หน้าปัดที่ซ่อมแต่ง ความเที่ยงตรงของกลไก และประวัติน้ำเข้าล้วนส่งผลต่อราคา สำหรับนาฬิกาวินเทจ ความดั้งเดิมของชิ้นส่วนและผิวตัวเรือนอาจมีความสำคัญมากกว่าความเงางามจากการขัดใหม่ ส่วนรุ่นปัจจุบันควรมีเอกสารเซอร์วิสที่ตรวจสอบได้เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนของผู้ซื้อ
นอกจากนั้นทาง Sotheby’s ระบุว่า Reference วัสดุ ความหายาก สภาพ และ Provenance ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมิน Rolex มูลค่าสูง ขณะที่คู่มือซื้อ Rolex ราคา มือสองของ Chrono24 แนะนำให้ตรวจสอบทั้งสภาพ ความดั้งเดิม กล่อง และเอกสาร พร้อมเตือนว่าไม่ใช่ทุกโมเดลจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
รวมทั้ง กล่อง ใบรับประกัน ข้อสายที่ตัดออก คู่มือ ป้าย และใบเสร็จไม่สามารถเปลี่ยนนาฬิกาปลอมให้เป็นของแท้ได้ แต่มีผลต่อความมั่นใจ ความสมบูรณ์ของชุด และความสะดวกในการขายต่อ ข้อมูลของ Chrono24 พบว่านาฬิกาที่มีกล่องและเอกสารมักมีความต้องการสูงกว่า และในข้อมูลตัวอย่างของแพลตฟอร์มสามารถขายได้เร็วกว่าเรือนที่ไม่มีอุปกรณ์ครบ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านราคาจะต่างกันตามแบรนด์ อายุ และ Reference จึงไม่ควรกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัวสำหรับ Rolex ทุกเรือน
อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งที่ควรพิจารณาคือตลาดรองเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน ราคาทอง กระแสของแต่ละรุ่น และจำนวนเรือนที่ผู้ขายนำออกสู่ตลาด Reference ที่เคยมีพรีเมียมสูงสามารถปรับลดลงได้เมื่อ Supply เพิ่มขึ้น หรือเมื่อผู้ซื้อไม่ยอมรับราคาประกาศเดิม
ดังนั้น คำที่เหมาะสมจึงควรเป็นว่า Rolex ราคา บาง Reference มีแนวโน้มรักษามูลค่า มีสภาพคล่องสูง หรือเป็นที่ต้องการในตลาดรอง แทนการกล่าวว่า “กำไรแน่นอน” หรือ “ซื้อแล้วไม่ขาดทุน” เพราะผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อ สภาพ ต้นทุนการดูแล และภาวะตลาดในวันที่ขายครับ
สรุป Rolex ราคา แต่ละรุ่นเท่าไหร่? เจาะปัจจัยอะไรที่ทำให้มูลค่าสูงขึ้น
Rolex ราคาในปี 2026 มีตั้งแต่ประมาณสองแสนบาทสำหรับ Oyster Perpetual ขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักล้านบาทสำหรับ Daytona, Day-Date และรุ่นโลหะมีค่าหรือ Configuration พิเศษ แต่ราคาที่ปรากฏในแค็ตตาล็อกไม่จำเป็นต้องเท่ากับราคาที่ผู้ซื้อพบในตลาดจริง
ดังนั้น ก่อนเลือกนาฬิกา Rolex ควรพิจารณาให้ครบทั้ง Collection, Reference, Configuration, วัสดุ, สีหน้าปัด, สภาพ, อุปกรณ์, ประวัติการเซอร์วิส และราคาตลาดในวันที่ตัดสินใจซื้อ ไม่ควรเลือกจากคำว่า “รุ่นยอดนิยม” หรือความคาดหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
นอกจากนั้นการเลือกเรือนที่เหมาะสมที่สุด คือการเลือกนาฬิกาที่ตอบโจทย์การใช้งาน อยู่ในงบประมาณที่รับได้ และมีราคาสอดคล้องกับสภาพจริงของสินค้า หากต้องการเปรียบเทียบ Reference หรือดูนาฬิกาจริง สามารถสอบถามทีม THONG หรือเข้าชมได้ที่สาขา CentralWorld ชั้น 5 เพื่อพิจารณารายละเอียดของแต่ละเรือนก่อนตัดสินใจ
ด้วยประสบการณ์ด้าน Rolex และนาฬิกาหรูมากกว่า 10 ปี THONG สามารถช่วยให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบรุ่นและตรวจสอบรายละเอียดของนาฬิกาแต่ละเรือนได้รอบด้าน ตั้งแต่ Reference สภาพ อุปกรณ์ ไปจนถึงความเหมาะสมกับเป้าหมายการใช้งานและงบประมาณ
จากช่องทางทางการ THONG มีบริการซื้อ ขาย เทรด และพรีออเดอร์นาฬิกาหรู รวมถึงรับฝากขาย ติดฟิล์ม และบริการดูแลนาฬิกา โดยมีสาขาที่ CentralWorld ชั้น 5 ห้อง B510/2 ผู้ที่กำลังเปรียบเทียบ Rolex สามารถดูรายการนาฬิกาและสอบถามข้อมูลของแต่ละเรือนกับทีมงานก่อนตัดสินใจ ดูนาฬิกา Rolex จาก THONG: https://www.thongpatek.com/product-category/rolex/
FAQ เกี่ยวกับ ราคา Rolex
Q1: Rolex ราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไหร่?
A: ราคาป้าย Rolex ในประเทศไทยเริ่มต้นประมาณ 223,100 บาท สำหรับ Oyster Perpetual 28 ณ วันที่ตรวจสอบ ส่วนรุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น วัสดุ Two-tone ทองคำ แพลทินัม ฟังก์ชัน Chronograph หรือการประดับเพชรจะมีราคาสูงขึ้นตาม Configuration
Q2: Rolex Submariner ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
A: Submariner Date 126610LN มีราคาป้ายประเทศไทย 410,400 บาท และมีราคาตลาดอ้างอิงประมาณ 461,000 บาท ส่วน Submariner Date 126610LV ขอบเขียวมีราคาป้าย 430,300 บาท และราคาตลาดอ้างอิงประมาณ 486,000 บาท ราคาที่ผู้ซื้อพบจริงอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ตามสภาพ ปี และอุปกรณ์
Q3: ทำไม Rolex Daytona ราคาตลาดรองสูงกว่าราคาป้าย?
A: Daytona สตีลเป็นรุ่นที่มีผู้ต้องการสูง ขณะที่ผู้ซื้อไม่สามารถเข้าถึงสินค้าใหม่จากช่องทางทางการได้ทันทีทุกคน ผู้ที่ต้องการรับนาฬิกาโดยไม่รอจึงอาจยอมจ่ายพรีเมียมในตลาดรอง โดยเฉพาะ 126500LN หน้าปัดขาว Panda ซึ่งมีราคาตลาดสูงกว่าหน้าปัดดำอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม Daytona Two-tone หรือทองคำบาง Reference อาจซื้อขายใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาป้าย จึงไม่ควรเหมารวมว่า Daytona ทุกเรือนมีพรีเมียมเหมือนกัน
Q4: Rolex Datejust กับ Oyster Perpetual ต่างกันอย่างไร?
A: Oyster Perpetual เป็นนาฬิกาสามเข็มที่ไม่มีช่องวันที่ เน้นความเรียบง่ายและหน้าปัดสีต่าง ๆ ส่วน Datejust เพิ่มหน้าต่างวันที่พร้อมเลนส์ Cyclops และมีตัวเลือกวัสดุ ขอบ สาย และหน้าปัดมากกว่า เช่น ขอบ Fluted White Gold หรือสาย Jubilee
ในด้านราคา Oyster Perpetual มีราคาป้ายเริ่มต้นต่ำกว่า แต่สีหน้าปัดยอดนิยมบางสีอาจมีพรีเมียมในตลาดรอง ขณะที่ Datejust มีช่วงราคากว้างตาม Configuration และหลายรุ่นซื้อขายใกล้เคียงราคาป้ายมากกว่า Rolex Sport
Q5: Rolex Day-Date เหมาะกับนักสะสมแบบใด?
A: Day-Date เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับตัวเรือนโลหะมีค่า สาย President ภาพลักษณ์หรูหรา และหน้าปัดที่มีความหลากหลาย รุ่นหน้าปัดมาตรฐานอาจไม่ได้มีพรีเมียมสูงเหนือราคาป้าย แต่หน้าปัด Olive, Ombré, หน้าปัดหิน และ Configuration หายากสามารถได้รับความสนใจจากนักสะสมมากกว่า
Q6: Rolex รุ่นไหนมีสภาพคล่องสูง?
A: โดยภาพรวม Rolex Sport สตีลที่เป็นที่รู้จัก เช่น Submariner และ Daytona มักมีฐานผู้ซื้อกว้างและมีสภาพคล่องสูง ข้อมูล WatchCharts แสดงปริมาณการซื้อขายและระยะเวลาวางขายที่ค่อนข้างสั้นสำหรับหลาย Reference อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องของนาฬิกาแต่ละเรือนยังขึ้นอยู่กับราคาที่ตั้ง สภาพ อุปกรณ์ และตลาดในประเทศที่ขาย
Q7: ก่อนซื้อ Rolex ราคา มือสองต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
A: ควรตรวจสอบอย่างน้อยดังต่อไปนี้
1. Reference และ Serial Number ต้องสอดคล้องกับรุ่นและเอกสาร
2. ตัวเรือน หน้าปัด เข็ม ขอบ สาย และกลไกต้องเป็นชิ้นส่วนที่ถูกต้อง
3. ตรวจหาร่องรอยการขัดแต่งหนัก การกระแทก น้ำเข้า หรือการซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐาน
4. ทดสอบการเดิน ฟังก์ชันวันที่ Chronograph และพลังงานสำรองตามประเภทของรุ่น
5. ตรวจกล่อง ใบรับประกัน ข้อสาย คู่มือ และประวัติการเซอร์วิส
6. เปรียบเทียบราคาจากนาฬิกาที่มี Reference ปี สภาพ และอุปกรณ์ใกล้เคียงกัน
7. ซื้อจากผู้ขายที่สามารถตรวจสอบตัวตน ที่มาของสินค้า และเงื่อนไขรับประกันได้
กล่องและใบรับประกันช่วยเพิ่มความสมบูรณ์และความมั่นใจ แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานยืนยันของแท้เพียงอย่างเดียว การตรวจสอบนาฬิกาจริงโดยผู้เชี่ยวชาญยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด
สนใจสอบถามรายละเอียดนาฬิกา นัดหมายเข้าชมสินค้า หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ THONG ได้ที่
- Facebook: THONG / ThongPateK
- LINE OA: @jsg0023u
- Instagram: thong_patek_
- TikTok: thongpatek
- โทร: 081-371-8899
- E-Mail: ThongPatek@gmail.com
- หน้าร้าน: CentralWorld ชั้น 5 ห้องเลขที่ B510/2 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เพราะการเลือกนาฬิกาหรูไม่ใช่เพียงเรื่องของดีไซน์หรือชื่อแบรนด์ แต่คือการตัดสินใจบนข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่านาฬิกาแต่ละเรือนที่เลือก เหมาะสมทั้งในด้านคุณค่า สภาพ และความต้องการของคุณอย่างแท้จริง
*รุ่นสินค้า ราคา และเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ร้านกำหนด
