
สิงหาคม 30, 2026
Rolex Submariner มีกี่รุ่น? ทำความรู้จักนาฬิกาดำน้ำระดับตำนาน
By THONG PATEK
หากพูดถึงนาฬิกาดำน้ำที่ได้รับการยอมรับทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การออกแบบ และการใช้งานจริง ชื่อของ Rolex Submariner มักเป็นหนึ่งในรุ่นแรก ๆ ที่นักสะสมนึกถึงเสมอ เพราะนาฬิการุ่นนี้ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นเพียงเครื่องประดับหรู แต่เริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมือสำหรับนักดำน้ำ ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดของ Rolex
ปัจจุบัน นาฬิกา Submariner มีทั้งรุ่นไม่มีวันที่และรุ่นแสดงวันที่ รวมถึงตัวเลือกวัสดุตั้งแต่ Oystersteel, Yellow Rolesor ไปจนถึงทองคำ 18 กะรัต แต่ละ Reference จึงให้อารมณ์ในการสวมใส่และระดับราคาที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักประวัติของ Submariner พร้อมตอบอย่างชัดเจนว่า Rolex Submariner มีกี่รุ่นใน Current Collection ปี 2026 ราคา Submariner แต่ละรุ่นอยู่ที่ประมาณเท่าไร และควรเลือกรุ่นใดให้เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด
โดยราคาป้ายอ้างอิงเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย และข้อมูลตลาดรองอ้างอิง WatchCharts กับประกาศขายในตลาดสากล โดยตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามปีผลิต สภาพ อุปกรณ์ที่มาพร้อมนาฬิกา อัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์ตลาดในช่วงซื้อขาย
Table of Contents
จุดเริ่มต้นของ Submariner
Rolex เปิดตัว Oyster Perpetual Submariner ในปี 1953 โดยวางตำแหน่งให้เป็นนาฬิกาข้อมือสำหรับนักดำน้ำที่สามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร นับเป็นก้าวสำคัญต่อเนื่องจากความเชี่ยวชาญด้านตัวเรือน Oyster ที่ Rolex พัฒนามาก่อนหน้านั้น
จุดประสงค์ดั้งเดิมของ Submariner จึงไม่ใช่การสร้างนาฬิกาหรูเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ แต่เป็นการสร้าง Tool Watch ที่ต้องอ่านเวลาได้ง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อมใต้น้ำ และช่วยให้นักดำน้ำติดตามระยะเวลาที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างปลอดภัย
หลังเปิดตัวเพียงหนึ่งปี Rolex ได้พัฒนาความสามารถในการกันน้ำของ Submariner เป็น 200 เมตร พร้อมปรับปรุงรายละเอียดทางเทคนิคอีกหลายส่วน เช่น การเพิ่มสัญลักษณ์เรืองแสงบนเข็มชั่วโมงเพื่อแยกออกจากเข็มนาทีได้ง่ายขึ้น และการเพิ่ม Crown Guard เพื่อป้องกันเม็ดมะยมจากแรงกระแทก
ต่อมาในปี 1979 รุ่น Submariner Date ได้รับการยกระดับให้กันน้ำได้ 300 เมตร ส่วน Submariner แบบไม่มีวันที่ได้รับการรับรองให้กันน้ำที่ระดับเดียวกันในปี 1989 ปัจจุบันทุกรุ่นในคอลเล็กชันสามารถกันน้ำได้ 300 เมตร หรือ 1,000 ฟุต Rolex Newsroom
กำเนิด Submariner Date
Rolex เปิดตัว Submariner Date ในปี 1969 เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยหน้าต่างวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกาและเลนส์ Cyclops เหนือวันที่
นับจากนั้น คอลเล็กชันจึงแบ่งออกเป็นสองแนวทางสำคัญ ได้แก่ Submariner หรือ No-Date เน้นความสมมาตรของหน้าปัดและใกล้เคียงแนวคิดดั้งเดิมของนาฬิกาดำน้ำ ต่อมา Submariner Date เพิ่มฟังก์ชันวันที่และเลนส์ Cyclops อันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Rolex หลายคอลเล็กชัน
คำว่า No-Date เป็นคำที่วงการนาฬิกาใช้เพื่อช่วยแยกความแตกต่างของรุ่น แต่ชื่ออย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ Rolex คือ “Submariner” ส่วนรุ่นที่มีวันที่จะใช้ชื่อว่า “Submariner Date”
จากขอบอะลูมิเนียมสู่ Cerachrom
ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Submariner เพราะนักดำน้ำสามารถใช้สเกล 60 นาทีบนขอบตัวเรือนเพื่อติดตามเวลาดำน้ำและช่วงพักลดความดันได้
เดิม Submariner ใช้ขอบ Insert ที่ผลิตจากอะลูมิเนียม Anodized ก่อนที่ Rolex จะนำขอบ Cerachrom ซึ่งทำจากเซรามิกมาใช้กับ Submariner Date ในปี 2010 และนำมาใช้กับ Submariner แบบไม่มีวันที่ในเวลาต่อมา วัสดุชนิดนี้มีความแข็ง ทนต่อการกัดกร่อน และสีได้รับผลกระทบจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้ยากกว่าขอบแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักสะสม Vintage ความซีด รอย และลักษณะของขอบอะลูมิเนียมเดิมอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์เฉพาะเรือน จึงไม่สามารถพิจารณาได้เพียงว่าวัสดุใหม่หรือวัสดุเก่าชนิดใด “ดีกว่า” โดยไม่คำนึงถึงเป้าหมายในการสะสม
การเปลี่ยนแปลงสู่ตัวเรือน 41 มิลลิเมตรและ Movement รุ่นใหม่
Submariner เจเนอเรชันปัจจุบันเปิดตัวในปี 2020 พร้อมตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร ขาสายที่ได้รับการปรับสัดส่วนใหม่ และสายนาฬิกาที่กว้างขึ้นเล็กน้อย ทำให้ภาพรวมยังคงแข็งแรงแบบนาฬิกาดำน้ำ แต่มีความสมดุลบนข้อมือมากขึ้น
รุ่นไม่มีวันที่ใช้ Calibre 3230 ส่วน Submariner Date ใช้ Calibre 3235 ทั้งสองกลไกมีพลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง และผ่านมาตรฐาน Superlative Chronometer ของ Rolex
Rolex Submariner มีกี่รุ่นใน Current Collection ปี 2026?
เมื่อกำหนด Scope ให้หมายถึง Reference และรูปแบบสีที่ปรากฏอยู่ใน Current Collection บนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2026 จะพบว่า Submariner มีทั้งหมด 7 รูปแบบ แบ่งเป็น
- Submariner ไม่มีวันที่ 1 รูปแบบ
- Submariner Date ตัวเรือน Oystersteel 2 รูปแบบ
- Submariner Date แบบ Yellow Rolesor 2 รูปแบบ
- Submariner Date ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต 2 รูปแบบ
ในปี 2026 คอลเล็กชันปัจจุบันไม่มีตัวเลือก White Gold แล้ว หลัง Ref. 126619LB หรือชื่อเล่นในตลาดว่า “Cookie Monster” ยุติการผลิต โดยไม่มีรุ่นทองคำขาว Reference ใหม่เข้ามาทดแทน ณ เดือนสิงหาคม 2026
เจาะลึก Rolex Submariner ทั้ง 7 รูปแบบ
1. Rolex Submariner 41 mm Ref. 124060
Ref. 124060 เป็น Submariner เพียงรุ่นเดียวใน Current Collection ที่ไม่มีฟังก์ชันวันที่ ตัวเรือนและสายผลิตจาก Oystersteel หน้าปัดสีดำ จับคู่กับขอบ Cerachrom เซรามิกสีดำ ความเรียบง่ายของหน้าปัดทำให้การจัดวางหลักชั่วโมงมีความสมมาตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรูปลักษณ์ใกล้เคียงจิตวิญญาณของ Tool Watch รุ่นดั้งเดิม รวมถึงผู้ที่ไม่จำเป็นต้องดูวันที่จากนาฬิกาข้อมือ
ภายในใช้ Calibre 3230 ระบบไขลานอัตโนมัติ ให้พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง กันน้ำ 300 เมตร และมาพร้อมชุดตัวล็อก Oysterlock กับระบบ Rolex Glidelock สำหรับปรับความยาวสายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 364,500 บาท
ตลาดรองในเดือนสิงหาคม 2026 ประเมินมูลค่านาฬิกามือสองไว้ที่ประมาณ 12,282 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 400,000–420,000 บาท โดยสภาพใหม่หรือ Full Set อาจประกาศขายสูงกว่ากรอบดังกล่าว
2. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126610LN
Ref. 126610LN คือ Submariner Date ในรูปแบบพื้นฐานและอเนกประสงค์ที่สุด ตัวเรือน Oystersteel หน้าปัดสีดำ และขอบ Cerachrom สีดำ ทำให้ยังคงภาพลักษณ์คลาสสิก แต่เพิ่มหน้าต่างวันที่และเลนส์ Cyclops บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ภายในใช้ Calibre 3235 ซึ่งเพิ่มฟังก์ชันวันที่แบบเปลี่ยนทันทีและตั้งวันที่ได้อย่างรวดเร็ว ให้พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง และกันน้ำ 300 เมตร ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 410,400 บาท
ราคา Submariner Ref. 126610LN ในตลาดรองปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 440,000–470,000 บาท ทั้งนี้ รุ่นปีใหม่ สภาพ Unworn และชุดอุปกรณ์ครบอาจมีราคาประกาศขายสูงกว่าราคาประเมินของนาฬิกามือสองทั่วไป
3. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126610LV
Ref. 126610LV ใช้พื้นฐานเดียวกับ 126610LN ทั้งตัวเรือน Oystersteel, Calibre 3235, ฟังก์ชันวันที่ และความสามารถในการกันน้ำ 300 เมตร แต่เปลี่ยนมาใช้ขอบ Cerachrom สีเขียวคู่กับหน้าปัดสีดำ
ตัวอักษร “LV” มาจากคำว่า Lunette Verte หรือขอบตัวเรือนสีเขียว รุ่นนี้จึงสร้างจุดเด่นบนข้อมือได้มากกว่ารุ่น Black-on-Black โดยยังคงความสะดวกในการจับคู่กับเสื้อผ้า เพราะหน้าปัดหลักยังเป็นสีดำ
ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 430,300 บาท ขณะที่ WatchCharts ประเมินราคาตลาดรองเดือนสิงหาคม 2026 ไว้ที่ประมาณ 14,409 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 470,000–500,000 บาท
4. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126613LN
Ref. 126613LN เป็นรุ่น Yellow Rolesor ซึ่งผสมผสาน Oystersteel กับทองคำ 18 กะรัต โดยใช้หน้าปัดและขอบ Cerachrom สีดำ ส่งผลให้ภาพรวมมีความหรูขึ้น แต่ยังคงความสุขุมกว่ารุ่นหน้าปัดสีน้ำเงิน
ส่วนประกอบที่ต้องรับแรงและการเสียดสีบางตำแหน่งยังคงใช้ Oystersteel ขณะที่ขอบตัวเรือน เม็ดมะยม ข้อต่อกลางของสาย และรายละเอียดสำคัญใช้ทองคำ ช่วยสร้างความแตกต่างจาก Submariner Steel อย่างชัดเจน
รุ่นนี้ใช้ Calibre 3235 พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมงและกันน้ำ 300 เมตร ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 703,100 บาท ราคาประเมินตลาดรองในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 16,170 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 520,000–560,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาป้ายในช่วงเวลาที่ตรวจสอบข้อมูล
5. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126613LB
Ref. 126613LB เป็นหนึ่งในนาฬิกา Submariner ที่มีภาพจำชัดเจนที่สุด ด้วยหน้าปัด Royal Blue ขอบ Cerachrom สีน้ำเงิน และตัวเรือน Yellow Rolesor จึงมักได้รับชื่อเรียกในตลาดว่า “Bluesy”
หาก Ref. 126613LN คือความหรูในแบบสุขุม รุ่น 126613LB จะให้อารมณ์สดใสและโดดเด่นกว่า โดยเฉพาะเมื่อหน้าปัดสีน้ำเงินสะท้อนกับส่วนประกอบทองคำภายใต้แสงธรรมชาติ สเปกทางเทคนิคยังคงเป็นตัวเรือน 41 มิลลิเมตร Calibre 3235 พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง และกันน้ำ 300 เมตร ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 703,100 บาท
WatchCharts ประเมินราคามือสองไว้ที่ประมาณ 16,859 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนประกาศขายใน Chrono24 มีตั้งแต่ประมาณ 17,000 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึงมากกว่า 23,000 ดอลลาร์สหรัฐตามปี สภาพ และอุปกรณ์ กรอบราคาในไทยจึงอยู่ที่ประมาณ 540,000–590,000 บาทสำหรับตลาดมือสองทั่วไป และอาจสูงขึ้นสำหรับเรือนใหม่หรือ Unworn Full Set
6. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126618LN
Ref. 126618LN ยกระดับจากความเป็นนาฬิกาสปอร์ตสตีลไปสู่นาฬิกา Precious Metal เต็มตัว ด้วยตัวเรือนและสายทองคำ 18 กะรัต จับคู่กับหน้าปัดและขอบ Cerachrom สีดำ แม้จะใช้ทองทั้งเรือน แต่โทนสีดำช่วยรักษาบุคลิกที่สุขุมและสอดคล้องกับภาพจำของ Submariner ดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม น้ำหนักบนข้อมือจะมากกว่ารุ่น Oystersteel และ Yellow Rolesor อย่างชัดเจน ผู้ซื้อจึงควรทดลองสวมก่อนตัดสินใจ
รุ่นนี้ใช้ Calibre 3235 พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมงและกันน้ำ 300 เมตร ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 1,844,300 บาท ราคาตลาดรองในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 37,431 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.20–1.30 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าราคาตลาดของนาฬิกาแต่ละวัสดุไม่ได้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันเสมอไป
7. Rolex Submariner Date 41 mm Ref. 126618LB
Ref. 126618LB เป็น Submariner ทองคำ 18 กะรัตที่จับคู่กับหน้าปัด Royal Blue และขอบ Cerachrom สีน้ำเงิน ให้ภาพลักษณ์หรูหราและมีตัวตนชัดที่สุดรุ่นหนึ่งใน Current Collection
นอกเหนือจากความแตกต่างด้านสีและวัสดุ สเปกหลักยังคงเป็น Calibre 3235 พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง ระบบ Oysterlock และ Glidelock รวมถึงความสามารถในการกันน้ำ 300 เมตร ราคาป้ายไทยอยู่ที่ 1,844,300 บาท WatchCharts ประเมินราคามือสองไว้ที่ประมาณ 38,865 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.25–1.35 ล้านบาท ขณะที่เรือน Unworn หรือปีผลิตล่าสุดอาจมีราคาประกาศขายต่างออกไป
ทำไม Rolex Submariner จึงเป็นนาฬิกาที่นักสะสมทั่วโลกต้องการ?
ความต้องการ Submariner ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายองค์ประกอบที่สะสมมาตลอดประวัติศาสตร์ของคอลเล็กชัน
1. ดีไซน์ที่มองเห็นก็จดจำได้
หน้าปัดที่ประกอบด้วยหลักชั่วโมงทรงวงกลม สี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยม เข็ม Mercedes ขอบตัวเรือนแบบมีสเกล 60 นาที และสาย Oyster ทำให้ Submariner มีภาษาการออกแบบที่ชัดเจนมาก
แม้รายละเอียดจะเปลี่ยนแปลงตามยุค แต่โครงสร้างหลักยังคงเชื่อมโยงกับนาฬิการุ่นแรก ๆ ได้ จึงเป็นดีไซน์ที่มีทั้งความร่วมสมัยและความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์อยู่พร้อมกัน
2. มีรากฐานจากการเป็น Tool Watch
Submariner ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานใต้น้ำจริง ไม่ว่าจะเป็นขอบหมุนได้ทิศทางเดียว หน้าปัดที่อ่านง่าย ระบบเม็ดมะยม Triplock และตัวเรือน Oyster ที่กันน้ำได้ 300 เมตร
แม้เจ้าของส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาจไม่ได้สวมลงดำน้ำลึก แต่เรื่องราวการเป็นเครื่องมือสำหรับมืออาชีพยังทำให้นาฬิการุ่นนี้มีความหมายมากกว่านาฬิกาสปอร์ตที่ออกแบบตามแฟชั่นเพียงอย่างเดียว
3. สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส
ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตรมีบุคลิกแข็งแรง แต่ยังสามารถสวมกับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือแจ็กเก็ตได้ รุ่นสตีลสีดำอย่าง 124060 และ 126610LN จึงมักถูกเลือกให้เป็นนาฬิกาเรือนหลักหรือเรือนเดียวที่ใช้ได้ในหลายสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับขนาดข้อมือและความชอบส่วนตัว ผู้ที่มีข้อมือเล็กควรทดลองสวมเพื่อประเมินทั้งความกว้าง ความหนา และน้ำหนักจริง
4. เป็นรุ่นที่ตลาดรู้จักและมีสภาพคล่องค่อนข้างสูง
Submariner เป็นหนึ่งในคอลเล็กชันที่ผู้ซื้อ ผู้ขาย และร้านนาฬิกาทั่วโลกรู้จักดี จึงมักมีข้อมูลราคาและตัวอย่างซื้อขายให้เปรียบเทียบมากกว่านาฬิกาที่ผลิตในตลาดเฉพาะกลุ่ม
คำว่า “สภาพคล่องสูง” ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้ทันทีในราคาที่ต้องการเสมอไป แต่หมายถึงมีฐานผู้สนใจและมีข้อมูลอ้างอิงค่อนข้างกว้าง เมื่อเทียบกับนาฬิกาบาง Reference ที่มีผู้ซื้อจำกัดกว่า
5. สีและ Reference สร้างระดับความต้องการที่แตกต่างกัน
แม้นาฬิกาจะอยู่ในคอลเล็กชันเดียวกัน แต่สีของหน้าปัด ขอบตัวเรือน และวัสดุสามารถส่งผลต่อความต้องการอย่างมาก ตัวอย่างเช่น รุ่นขอบสีเขียวอย่าง 126610LV มักมีราคาตลาดรองสูงกว่า 126610LN ขณะที่รุ่น Full Gold อาจซื้อขายต่ำกว่าราคาป้าย แม้ต้นทุนและราคาขายปลีกจะสูงกว่า
ดังนั้น การพิจารณา Rolex ราคาในตลาดรองจึงต้องดูเป็นราย Reference ไม่ควรสรุปจากชื่อคอลเล็กชันเพียงอย่างเดียว
6. รุ่นยุติการผลิตเปิดพื้นที่ให้การสะสมเชิงลึก
Submariner รุ่นยุติการผลิต เช่น 16610LV “Kermit”, 116610LV “Hulk”, 116619LB “Smurf” หรือ 126619LB ที่เพิ่งยุติการผลิตในปี 2026 มีรายละเอียดและบริบททางประวัติศาสตร์แตกต่างจาก Current Collection
เมื่อนาฬิกาไม่มีการผลิตเพิ่ม ปัจจัยอย่างจำนวนเรือนที่อยู่ในสภาพเดิม ความนิยมของสี อายุ และอุปกรณ์ครบชุดจะมีบทบาทต่อราคามากขึ้น แต่การยุติการผลิตไม่ได้รับประกันว่าราคาจะเพิ่มขึ้นทุก Reference หรือเพิ่มขึ้นในทุกช่วงเวลา
นอกจากนั้น สภาพและ Full Set มีผลต่อมูลค่า สำหรับ Submariner มือสอง รายละเอียดที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงตัวนาฬิกา แต่รวมถึง
- สภาพตัวเรือน ขอบ Cerachrom กระจก และสาย
- จำนวนข้อสายที่อยู่ครบ
- ร่องรอยการขัดแต่งตัวเรือน
- กล่อง ใบรับประกัน Tag และคู่มือ
- ปีผลิตและประวัติการซื้อ
- ประวัติการเข้ารับบริการ
- ความถูกต้องของชิ้นส่วนตามยุค
- ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย
สำหรับรุ่น Vintage การเปลี่ยนหน้าปัด เข็ม ขอบ Insert หรือชิ้นส่วนบางรายการ แม้เป็นอะไหล่แท้จาก Rolex ก็อาจกระทบความน่าสะสมได้ เพราะนักสะสมบางกลุ่มให้ความสำคัญกับ Originality มากกว่าสภาพที่ดูใหม่
สรุป Rolex Submariner มีกี่รุ่น และ รุ่นไหนดีให้เหมาะกับคุณ?
เมื่อกำหนด Scope เป็น Current Collection ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2026 จะพบว่า Submariner มี 7 รูปแบบ ประกอบด้วย No-Date 1 รูปแบบ และ Submariner Date อีก 6 รูปแบบ ครอบคลุม Oystersteel, Yellow Rolesor และทองคำ 18 กะรัต และต้องบอกว่า Submariner ไม่มี Reference เดียวที่เหมาะกับทุกคน การเลือกรุ่นจึงควรเริ่มจากวิธีใช้จริง งบประมาณ ความชอบด้านสี และความรู้สึกเมื่อสวมอยู่บนข้อมือ
หากกำลังมองหา Submariner เรือนแรก Ref. 124060 เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ชอบหน้าปัดเรียบ สมมาตร และต้องการสัมผัสบุคลิกดั้งเดิมของ Submariner ส่วนผู้ที่ใช้ฟังก์ชันวันที่เป็นประจำอาจเหมาะกับ Ref. 126610LN มากกว่า ทั้งสองรุ่นใช้ Oystersteel และโทนสีดำ จึงจับคู่กับการแต่งตัวได้ง่าย และเป็น Reference ที่ตลาดรู้จักอย่างกว้างขวาง
หากต้องการนาฬิกาสำหรับใช้ทุกวัน Ref. 126610LN ให้ความสมดุลระหว่างดีไซน์คลาสสิกกับความสะดวกของหน้าต่างวันที่ ขณะที่ Ref. 124060 เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าปัดสะอาดและไม่ต้องตั้งวันที่ใหม่หลังหยุดสวมเป็นเวลานาน ระบบ Glidelock ของทั้งสองรุ่นช่วยให้ปรับความยาวสายได้ละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ซึ่งเป็นประโยชน์เมื่อข้อมือขยายหรือหดตามอุณหภูมิระหว่างวัน

หากชอบดีไซน์ Classic และ Tool Watch Ref. 124060 เป็นตัวเลือกที่ตรงที่สุด เพราะไม่มีเลนส์ Cyclops และไม่มีหน้าต่างวันที่มารบกวนสมมาตรของหน้าปัด รูปลักษณ์จึงเชื่อมโยงกับ Submariner ในยุคแรกได้ชัดเจนกว่า และ หากต้องการฟังก์ชันวันที่ ควรเริ่มพิจารณาจาก Ref. 126610LN หากต้องการความเรียบง่าย หรือ 126610LV หากต้องการสีเขียวเพิ่มเอกลักษณ์ ส่วนผู้ชอบวัสดุผสมสามารถเลือก 126613LN และ 126613LB ได้ตามโทนสีที่ชอบ
หากชอบสีและต้องการความโดดเด่น Ref. 126610LV เหมาะกับผู้ต้องการสีที่เห็นได้ชัด แต่ยังสวมง่ายด้วยตัวเรือนสตีลและหน้าปัดดำ หากชอบสีน้ำเงินและทอง Ref. 126613LB จะให้ความหรูในระดับ Two-Tone ส่วน Ref. 126618LB จะยกระดับไปสู่ทองคำเต็มเรือน พร้อมน้ำหนักและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนมากขึ้น
หากชอบ Precious Metal Ref. 126618LN เหมาะกับผู้ต้องการนาฬิกาทองที่ยังรักษาความสุขุมด้วยหน้าปัดและขอบสีดำ ส่วน Ref. 126618LB เหมาะกับผู้ที่ชอบการผสมผสานระหว่างทองคำและสีน้ำเงิน สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาราคาตลาดรองควบคู่กับราคาป้าย เพราะ Full Gold Submariner ในช่วงเวลาที่ตรวจสอบมีราคามือสองต่ำกว่าราคาขายปลีกอย่างมีนัยสำคัญ

หากเป็น Collector นักสะสมที่มี Current Reference อยู่แล้วอาจขยายไปศึกษารุ่นยุติการผลิต เช่น 14060M, 16610LV, 116610LV, 116619LB หรือ 126619LB แต่ควรตรวจสอบ Variant ของหน้าปัด ขอบ Insert ปีผลิต และ Originality อย่างละเอียด สำหรับนาฬิกากลุ่มนี้ ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย เช่น รูปแบบตัวอักษร สีของสารเรืองแสง หรืออุปกรณ์ตามปี อาจมีผลต่อความต้องการของนักสะสมและราคาได้มากกว่าสภาพภายนอกที่ดูใหม่เพียงอย่างเดียว
การเลือก Submariner ไม่ได้จบเพียงการตัดสินใจว่าชอบสีดำ สีเขียว หรือสีน้ำเงิน เพราะนาฬิกา Reference เดียวกันอาจมีความแตกต่างทั้งด้านปีผลิต สภาพ อุปกรณ์ ประวัติการใช้งาน และระดับราคาที่เหมาะสม ท้ายที่สุดแล้ว Reference ที่เหมาะที่สุดอาจไม่ใช่รุ่นที่ราคาตลาดสูงที่สุดหรือเป็นที่พูดถึงมากที่สุด แต่คือรุ่นที่เข้ากับข้อมือ รูปแบบการใช้ชีวิต และความรู้สึกของเจ้าของได้อย่างลงตัว
THONG จึงให้ความสำคัญกับการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการนาฬิกาแบบใด ใช้ในโอกาสใด และให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความคลาสสิก ความสะดวกในการใช้งาน สี วัสดุ หรือมุมมองด้านการสะสม
ทีมงานสามารถช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับ Reference เปรียบเทียบสภาพและองค์ประกอบของแต่ละเรือน รวมถึงอธิบายความแตกต่างระหว่างราคาป้าย ราคาตลาดรอง และราคาประกาศขาย เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอก่อนตัดสินใจ เพราะสำหรับ THONG การเลือกนาฬิกาที่เหมาะสมไม่ควรเกิดจากแรงกดดันหรือคำตอบสำเร็จรูป แต่ควรเป็นบทสนทนาระหว่างคนที่รักนาฬิกา และนำไปสู่เรือนที่เจ้าของรู้สึกผูกพันได้จริงในระยะยาวครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rolex Submariner
Q1: Rolex Submariner มีกี่รุ่นในปี 2026?
A: หากนับเฉพาะรูปแบบที่ปรากฏใน Current Collection บนเว็บไซต์ Rolex ประเทศไทย ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2026 มีทั้งหมด 7 รูปแบบ ได้แก่ Ref. 124060, 126610LN, 126610LV, 126613LN, 126613LB, 126618LN และ 126618LB จำนวนนี้ไม่นับ Reference เก่า รุ่น Vintage หรือรุ่นที่ยุติการผลิตแล้ว เช่น Ref. 126619LB
Q2: Submariner Date กับ No-Date ต่างกันอย่างไร?
A: Submariner Ref. 124060 ไม่มีหน้าต่างวันที่ ใช้ Calibre 3230 และมีหน้าปัดสมมาตร ส่วน Submariner Date ใช้ Calibre 3235 เพิ่มหน้าต่างวันที่และเลนส์ Cyclops บริเวณ 3 นาฬิกา ทุกรุ่นปัจจุบันมีขนาด 41 มิลลิเมตร พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง และกันน้ำ 300 เมตรเหมือนกัน
Q3: Submariner ราคาเท่าไร?
A: ราคาป้ายไทยปี 2026 เริ่มต้นที่ 364,500 บาทสำหรับ Ref. 124060 และสูงถึง 1,844,300 บาทสำหรับรุ่นทองคำ Ref. 126618LN และ 126618LB
ราคาตลาดรองอยู่ที่ประมาณ 400,000 บาทไปจนถึงมากกว่า 1.3 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับ Reference ปี สภาพ และอุปกรณ์ ทั้งนี้ราคาตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
Q4: Submariner รุ่นไหนเหมาะกับเรือนแรก?
A: Ref. 124060 เหมาะกับผู้ชอบหน้าปัดเรียบและจิตวิญญาณแบบ Tool Watch ส่วน Ref. 126610LN เหมาะกับผู้ต้องการฟังก์ชันวันที่และนาฬิกาที่สวมได้หลากหลายโอกาส ควรทดลองสวมทั้งสองรุ่น เพราะเลนส์ Cyclops และการจัดวางหน้าปัดให้ความรู้สึกต่างกัน แม้ขนาดตัวเรือนจะเท่ากัน
Q5: ทำไม Submariner บาง Reference มีราคาตลาดสูงกว่าราคาป้าย?
A: สาเหตุอาจมาจากความต้องการที่มากกว่าจำนวนเรือนซึ่งเข้าสู่ตลาด ความนิยมของสี ความสะดวกในการซื้อทันที และการยอมรับของ Reference นั้นในหมู่นักสะสม โดยเฉพาะรุ่น Oystersteel เช่น 124060, 126610LN และ 126610LV
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุก Reference ที่ซื้อขายสูงกว่าราคาป้าย รุ่นทองคำและ Two-Tone บางรุ่นอาจมีราคาตลาดรองต่ำกว่าราคาขายปลีก
Q6: ซื้อ Rolex Submariner มือสองควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
A; ควรตรวจสอบความแท้ สภาพตัวเรือน ขอบ กระจก สายและข้อสาย ร่องรอยการขัดแต่ง เลข Reference อุปกรณ์ Full Set ประวัติการซื้อ และประวัติการเข้ารับบริการ รวมถึงเลือกผู้ขายที่สามารถอธิบายที่มาของนาฬิกาได้ชัดเจน สำหรับรุ่น Vintage ควรตรวจสอบ Originality ของหน้าปัด เข็ม ขอบ Insert และชิ้นส่วนตามยุคเพิ่มเติม
Q7: Rolex Submariner เป็นนาฬิกาสำหรับลงทุนหรือไม่?
A: Submariner หลาย Reference มีตลาดรองที่แข็งแรงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ราคาสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ความต้องการ อุปทาน และสภาพของแต่ละเรือน จึงไม่ควรซื้อโดยคาดหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้นหรือสร้างกำไรอย่างแน่นอน
แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือเลือก Reference ที่ชื่นชอบ สวมใส่ได้จริง และมีราคาสอดคล้องกับงบประมาณ ก่อนพิจารณาเรื่องการรักษามูลค่าเป็นองค์ประกอบรอง
Q8: Rolex Submariner กันน้ำได้ลึกเท่าไร?
A: Submariner รุ่นปัจจุบันทุกรุ่นได้รับการรับรองให้กันน้ำได้ลึก 300 เมตร หรือ 1,000 ฟุต แต่สำหรับนาฬิกามือสองควรตรวจสอบซีล เม็ดมะยม และประวัติการเข้ารับบริการก่อนนำลงน้ำ โดยเฉพาะเรือนที่มีอายุหลายปีหรือไม่ทราบประวัติการดูแลอย่างชัดเจน
สนใจสอบถามรายละเอียดนาฬิกา นัดหมายเข้าชมสินค้า หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ THONG ได้ที่
- Facebook: THONG / THONGPATEK
- LINE OA: @THONGPATEK
- Instagram: thong_patek_
- TikTok: thongpatek
- โทร: 081-371-8899
- E-Mail: ThongPatek@gmail.com
- หน้าร้าน: CentralWorld ชั้น 5 ห้องเลขที่ B510/2 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เพราะการเลือกนาฬิกาหรูไม่ใช่เพียงเรื่องของดีไซน์หรือชื่อแบรนด์ แต่คือการตัดสินใจบนข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่านาฬิกาแต่ละเรือนที่เลือก เหมาะสมทั้งในด้านคุณค่า สภาพ และความต้องการของคุณอย่างแท้จริง
*รุ่นสินค้า ราคา และเงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ร้านกำหนด









