
กันยายน 28, 2026
10 Best Halloween Orange Watches รุ่นไหนน่าลงทุน? ในปี 2026
By THONG
THONG ORANGE WATCH EDIT
10 นาฬิกาโทนส้มรับ Halloween รุ่นไหนน่าลงทุน?
นาฬิกาโทนส้ม น่าลงทุนเฉพาะบางรุ่น สีช่วยให้จดจำง่าย แต่สิ่งที่พยุงมูลค่าจริงคือจำนวนผลิต สถานะของรุ่น ความต้องการในตลาด ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สภาพ และราคาที่ซื้อ บทความนี้คัด 10 เรือนตามมุมมองของ THONG พร้อมตอบตรง ๆ ว่ารุ่นใดมีเหตุผลให้ถือยาว และรุ่นใดเหมาะซื้อเพราะชอบมากกว่าหวังกำไรค่ะ
01 สีส้มแบบไหน มีโอกาสรักษามูลค่า?
ต้องแยกก่อนว่า “โทนส้ม” ของแต่ละเรือนมาจากอะไร เพราะหน้าปัดหินธรรมชาติ รุ่น Limited Edition งาน Rare Handcrafts และสายยางสีส้มที่เปลี่ยนได้ ไม่ได้มีน้ำหนักด้านการสะสมเท่ากัน
ความหายากต้องตรวจสอบได้
จำนวนผลิตที่แบรนด์ประกาศ สถานะยุติการผลิต และช่วงเวลาผลิตที่สั้น มีน้ำหนักมากกว่าคำว่า “พบไม่บ่อย” ในประกาศขาย
ตัวเรือนจริงสำคัญกว่าชื่อสี
หน้าปัดเดิม ขอบตัวเรือนคม อุปกรณ์ครบ เอกสารชัด และประวัติการดูแลที่ตรวจสอบได้ มีผลต่อราคามาก โดยเฉพาะรุ่นผลิตน้อยและหน้าปัดหิน
สรุปให้ชัด สีส้มช่วยสร้างเอกลักษณ์ แต่ผลตอบแทนมาจากความหายาก ความต้องการ ราคาที่ซื้อ และคุณภาพของเรือนนั้น รุ่นดีที่ซื้อแพงเกินตลาดก็อาจไม่ใช่การลงทุนที่ดี
02 สรุป 10 รุ่น น่าลงทุนแค่ไหน?
| รุ่น | จุดเด่นโทนส้ม | ปัจจัยด้านมูลค่า | มุมมองของ THONG |
|---|---|---|---|
| Rolex OP 31 Coral Red 277200-0008 | หน้าปัด Coral Red | ผลิตช่วงสั้นและยุติการผลิตแล้ว | น่าจับตา ถ้าได้มาในสภาพดีและราคาสมเหตุผล ปัจจุบันราคาตลาดรองของไซซ์ 36, 41 mm ราคาสูงกว่าราคาเปิดตัว “กำไร” |
| Rolex Day-Date 36 Carnelian 128238-0088 | หน้าปัดหิน Carnelian สีส้ม | หินธรรมชาติแต่ละหน้าปัดมีลวดลายต่างกัน | น่าสะสม แต่ต้องยอมจ่ายราคาสูง ที่สำคัญต้องตรวจหน้าปัดเพราะ value ของลายแต่ละเรือนแตกต่างกัน |
| Patek Philippe Aquanaut 5968A-001 | เข็มจับเวลาและสายสำรองสีส้ม | Aquanaut สตีลมี Demand สูง | ถือยาวได้ แต่ระวัง Premium ตอนซื้อ |
| Patek Philippe 5077/210R-001 | ขนนกสีส้มแดง สาย Coral และแซฟไฟร์ไล่สี | Rare Handcrafts ผลิต 10 เรือน | โดดเด่นด้านความหายาก สภาพคล่องต่ำ ไม่ได้นิยม แต่มีกลุ่มผู้ซื้อเฉพาะ |
| AP Royal Oak 15202BC | หน้าปัด Pink Gold Tone ที่ตลาดเรียก Salmon | Jumbo Extra-Thin รุ่น 15202 ยุติการผลิตแล้ว | มีเหตุผลด้านการสะสมชัด |
| AP Royal Oak Offshore Diver Chronograph 26703ST | หน้าปัดและสายยางสีส้ม | Boutique Edition ปี 2016 ผลิต 375 เรือน | มีเหตุผลด้านความหายาก จำนวนการผลิตจำกัด และภาพจำชัด |
| RM 52-05 Pharrell Williams | พื้นผิวดาวอังคารไล่ส้มแดง | Historical Model ผลิต 30 เรือน | ความหายากสูง แต่สภาพคล่องต่ำ เรือนนี้เน้นถือยาว ๆ ค่ะ |
| RM 65-01 McLaren W1 | Papaya Orange และ Orange Quartz TPT | Limited Edition 500 เรือน เปิดตัวปี 2024 | น่าจับตา เพราะผลิตจำกัด แต่ยังใหม่เกินกว่าฟันธง |
| F.P. Journe élégante 48 mm Titalyt | สายยางสีส้ม | สีสายเป็นตัวเลือกและเปลี่ยนได้ | เน้นซื้อใส่จริง ไม่ควรลงทุนเพราะสีสาย |
| F.P. Journe Octa Lune 42 mm Rose Gold | หน้าปัด Rose Gold โทน Salmon | งาน Independent Watchmaking และ Calibre 1300.3 | น่าสะสมมีที่มาและรายละเอียดตรงรุ่น มีความโดดเด่นด้านกลไกชั้นสูง |
หมายเหตุ
คำว่า “น่าจับตา” หมายถึงมีปัจจัยให้ศึกษาต่อ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ
ราคาจริงขึ้นอยู่กับสภาพ อุปกรณ์ ปีผลิต ประวัติ แหล่งซื้อขาย สกุลเงิน ภาษี และช่วงเวลาที่ทำรายการ
03 Rolex สีสดที่เลิกผลิต กับหน้าปัดหินธรรมชาติ
ภาพ: Rolex
Oyster Perpetual 31 Coral Red
Ref. 277200-0008
Rolex เปิดตัวหน้าปัดสีสดของ Oyster Perpetual ในปี 2020 และ Coral Red คือหนึ่งในสีที่สร้างภาพจำได้ชัดที่สุด รุ่น 31 มิลลิเมตรใช้ Calibre 2232 และหน้าปัดแลกเกอร์สีแดงอมส้ม ก่อนที่สีนี้จะถูกยุติการผลิตในปี 2022
กระแสของ Coral Red ไม่ได้เกิดเฉพาะขนาด 31 มิลลิเมตร รุ่น 36 มิลลิเมตร Ref. 126000-0007 และ 41 มิลลิเมตร Ref. 124300-0007 ก็เป็นที่ต้องการสูงเช่นกัน WatchCharts ประเมินราคาตลาดรองโดยประมาณไว้ที่ 15,488 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 36 มิลลิเมตร ณ วันที่ 14 กันยายน 2026 และ 16,481 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 41 มิลลิเมตร ณ วันที่ 12 กันยายน 2026 หรือประมาณ 517,000 และ 551,000 บาทตามลำดับ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ทั้งนี้ราคาจริงต่างกันตามสภาพ ปีผลิต และอุปกรณ์
- ช่วงผลิต: เปิดตัวปี 2020 และยุติหน้าปัด Coral Red ในปี 2022
- จุดที่ควรจำ: รุ่น 31, 36 และ 41 มิลลิเมตรต้องประเมินราคาแยกกัน ไม่ควรใช้ราคาข้ามขนาด
- ราคาป้ายอ้างอิง: 5,100 ยูโร จากบัญชีราคา Rolex อิตาลีปี 2022 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 9,294 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ Ref. 277200-0008 จาก WatchCharts เดือนกันยายน 2026 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
น่าลงทุนไหม? มีเหตุผลให้จับตา แต่ต้องซื้อให้ถูกขนาดและถูกเรือน ช่วงผลิตสั้นกับสถานะยุติการผลิตช่วยจำกัด Supply ขณะที่สี Coral Red มีภาพจำชัดกว่าสีมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม Premium ของขนาด 36 และ 41 มิลลิเมตรไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันมูลค่าของรุ่น 31 มิลลิเมตรได้โดยตรง ก่อนซื้อควรเทียบราคาปิดดีลของ Reference เดียวกัน ตรวจหน้าปัดเดิม ขอบตัวเรือน ความครบของ Full Set และหลีกเลี่ยงการจ่ายตามกระแสเพียงเพราะคำว่า Discontinued
ภาพ: Rolex
Day-Date 36 Carnelian
Ref. 128238-0088
ความพิเศษอยู่ที่หน้าปัด Carnelian ซึ่งเป็นหินโทนส้มและมีลวดลายตามธรรมชาติ แต่ละหน้าปัดจึงไม่เหมือนกัน ตัวเรือนและสาย President ทำจากทองคำ 18 กะรัต มาร์กเกอร์ประดับเพชร 32 เม็ด พร้อมเลขโรมัน VI และ IX ประดับเพชรอีก 24 เม็ด
มูลค่าของรุ่นนี้ไม่ได้มาจากทองหรือเพชรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ คุณภาพของแผ่นหิน Carnelian แต่ละหน้าปัด ทั้งความสม่ำเสมอของสี ลวดลายธรรมชาติ รอยร้าว และความเดิมของชิ้นส่วน ตลาดรองจึงอาจให้ราคาต่างกันมากแม้เป็น Reference เดียวกัน ผู้ซื้อควรดูเรือนจริงมากกว่าตัดสินจากชื่อรุ่นหรือภาพที่ผ่านการปรับสี
- วัสดุสำคัญ: ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต หน้าปัด Carnelian และหลักชั่วโมงประดับเพชร
- สิ่งที่ต้องตรวจ: รอยร้าวบนหิน ลายหน้าปัด ชิ้นส่วนเดิม รอยขัดแต่ง และอุปกรณ์ครบชุด
- ราคาป้ายอ้างอิง: 45,400 ดอลลาร์สหรัฐ จากบัญชีราคา Rolex สหรัฐลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2024 ซึ่งเป็นตัวเลขสาธารณะล่าสุดที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 1.80 ถึง 1.83 ล้านบาท จากช่วงราคาประกาศของ Ref. 128238-0088 บน Chrono24 อ้างอิงข้อมูล ณ 28 กันยายน 2026 ราคาปิดดีลจริงอาจต่ำกว่า
น่าลงทุนไหม? น่าสะสมสำหรับคนที่เข้าใจและชื่นชอบ Stone Dial และรับสภาพคล่องที่ต่ำกว่า Rolex สตีลได้ จุดแข็งคือหน้าปัดแต่ละเรือนมีความเฉพาะตัว ไม่เหมือนกันและรายละเอียดเพชรสามารถช่วยแยกรุ่นออกจาก Day-Date มาตรฐาน แต่ราคาสูง ผู้ซื้อมีวงแคบหรือกลุ่มเฉพาะกว่า และมูลค่าขึ้นกับความสวยของลายหินอย่างมาก ควรซื้อหลังตรวจหน้าปัดด้วยแสงจริง เช็กประวัติการเปลี่ยนชิ้นส่วน และเปรียบเทียบราคาหลายเรือน เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าลายหินธรรมชาติทุกหน้าปัดจะรักษามูลค่าได้เท่ากันค่ะ ต้องดูให้ดีเลย
04 Patek Philippe จาก Aquanaut สายส้ม สู่งานศิลป์ 10 เรือน
ภาพ: Patek Philippe
Aquanaut Chronograph
Ref. 5968A-001
เปิดตัวในปี 2018 ในฐานะ Chronograph รุ่นแรกของ Aquanaut สำหรับผู้ชาย สีส้มถูกใช้บนเข็มและสเกลจับเวลา พร้อมสาย Composite สีส้มที่ให้มาเพิ่มเติมจากสายดำ ตัวเรือนสตีลขนาด 42.2 มิลลิเมตร ใช้กลไก Flyback Chronograph Calibre CH 28-520 C พร้อม Vertical Clutch ซึ่งช่วยให้ใช้เข็มจับเวลาวิ่งต่อเนื่องได้โดยลดการกระตุกขณะเริ่มจับเวลา
5968A เป็น Aquanaut ที่มีบุคลิกสปอร์ตชัดที่สุดรุ่นหนึ่ง ทั้งตัวเรือนสตีล สาย Composite น้ำหนักเบา Flyback Chronograph และสีส้มที่ช่วยแยกฟังก์ชันจับเวลาออกจากการแสดงเวลาปกติ จุดสำคัญคือรุ่นนี้ไม่ได้มีมูลค่าเพราะสายสีส้มเพียงอย่างเดียว แต่มีสถานะเป็น Chronograph รุ่นแรกของ Aquanaut จึงมีทั้งความสำคัญในคอลเลกชันและฐานผู้ซื้อทั่วโลก
- จุดเด่น: Aquanaut Chronograph รุ่นแรก ตัวเรือนสตีล 42.2 มิลลิเมตร พร้อมสายดำและสายสีส้ม
- กลไก: Calibre CH 28-520 C แบบ Flyback Chronograph พร้อม Vertical Clutch
- ราคาป้ายไทย: 2,125,900 บาท จาก The Hour Glass Thailand อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 137,386 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.57 ล้านบาท จาก WatchCharts เดือนกันยายน 2026 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
น่าลงทุนไหม? มีคุณภาพของรุ่นและ Demand รองรับ แต่ราคาที่เข้าซื้อสำคัญมาก จุดแข็งคือเป็น Aquanaut สตีลที่มีความสำคัญทางไลน์สินค้า มีภาพจำชัด และมีสภาพคล่องดีกว่างานผลิตจำนวนน้อยหลายรุ่น จุดเสี่ยงคือ Premium ตลาดรองสูงกว่าราคาป้ายมาก หากซื้อใกล้ระดับตลาดรองปัจจุบันควรมองการถือระยะยาว ตรวจ Full Set สภาพขอบตัวเรือน สายที่ไม่ตัดสั้นเกินไป และประวัติ Service ให้ครบ เพราะส่วนต่างระหว่างราคาป้ายกับตลาดรองอาจหดตัวได้แม้ตัวรุ่นยังได้รับความนิยม
ภาพ: Patek Philippe
Rare Handcrafts Leadbeater’s Cockatoo
Ref. 5077/210R-001
งาน Rare Handcrafts รุ่นนี้ผลิตจำกัด 10 เรือน ตัวเรือน Rose Gold ขนาด 38 มิลลิเมตร หน้าปัด Cloisonné Enamel ผสาน Miniature Painting ถ่ายทอดขนนกสีส้มแดง แบรนด์ระบุว่าใช้สี Enamel 85 สีและสีสำหรับ Miniature Painting อีก 14 สี
ขอบตัวเรือน ขา และหัวเข็มขัดประดับแซฟไฟร์ไล่สีเหลืองถึงส้มรวม 113 เม็ด น้ำหนักประมาณ 1.13 กะรัต และเพชร 28 เม็ด น้ำหนักประมาณ 0.18 กะรัต ภายในใช้ Calibre 240 แบบ Ultra-Thin Self-Winding ความน่าสะสมจึงอยู่ที่การรวมงาน Enamel, Miniature Painting และ Gem-Setting ไว้ในเรือนเดียว ไม่ใช่เพียงสีส้มบนหน้าปัด
- จำนวนผลิต: Limited Edition 10 เรือนทั่วโลก ตามข้อมูลของ Patek Philippe
- งานฝีมือ: Cloisonné Enamel, Miniature Painting และการประดับอัญมณีไล่เฉดสี
- ราคาป้ายไทย: 6,885,700 บาท ตามประกาศบนหน้าเว็บไซต์ Patek Philippe ทางการ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 27 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: ยังไม่มีข้อมูลซื้อขายสาธารณะที่เพียงพอให้ตั้งค่ากลางอย่างรับผิดชอบ จึงไม่ใช้ราคาประกาศเพียงเรือนเดียวแทนมูลค่าตลาด
น่าลงทุนไหม? โดดเด่นที่สุดด้านความหายากที่แบรนด์ยืนยันได้ แต่ไม่ใช่เรือนที่ซื้อขายง่าย จำนวนเพียง 10 เรือนและระดับงานฝีมือสร้างคุณค่าที่ชัดกว่านาฬิกาซึ่งพึ่งพาสีหรือกระแสเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามตลาด Rare Handcrafts มีผู้ซื้อเฉพาะทาง ราคาปิดดีลอาจขึ้นอยู่กับ Provenance สภาพ Enamel ความครบของชุด และจังหวะที่นักสะสมพร้อมซื้อ เหมาะกับผู้ถือระยะยาวที่เข้าใจงานศิลป์บนหน้าปัด มากกว่าผู้ที่ต้องการสภาพคล่องหรือหวังขายต่อในเวลาสั้น
05 Audemars Piguet Jumbo หน้าปัด Pink Gold Tone กับ Offshore Diver สีส้ม
ภาพ: Audemars Piguet
Royal Oak Jumbo Extra-Thin
Ref. 15202BC.OO.1240BC.01
หลายคนเรียกหน้าปัดรุ่นนี้ว่า Salmon แต่คำอธิบายของ Audemars Piguet ใช้คำว่า Pink Gold-Toned Petite Tapisserie Dial จุดสำคัญคือการนำโทนหน้าปัดที่เคยปรากฏในวาระ 20 ปีของ Royal Oak เมื่อปี 1992 มาจับคู่กับตัวเรือนและสาย White Gold 18 กะรัตเป็นครั้งแรก
นอกจากหน้าปัดแล้ว รุ่นนี้ยังมีน้ำหนักด้านการสะสมจากสัดส่วน Jumbo 39 มิลลิเมตร ตัวเรือนหนาเพียง 8.1 มิลลิเมตร และ Calibre 2121 ซึ่งเป็นกลไก Extra-Thin ที่ผูกกับประวัติศาสตร์ของ Royal Oak รุ่น 15202 ปัจจุบันยุติการผลิตแล้ว แต่แบรนด์ไม่ได้ประกาศจำนวนผลิต จึงไม่ควรใช้คำว่า Limited Edition เพื่อดันมูลค่า
- สถานะ: Ref. 15202 ยุติการผลิตแล้ว แต่ไม่มีจำนวน Limited Edition ที่แบรนด์ประกาศ
- จุดเด่น: White Gold 18 กะรัต ขนาด 39 มิลลิเมตร หน้าปัด Pink Gold-Toned Petite Tapisserie
- ราคาป้ายเดิมอ้างอิง: 62,200 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปิดตัว อ้างอิงข้อมูลอีกครั้งวันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 145,000 ดอลลาร์สหรัฐ จาก WatchCharts เดือนกันยายน 2026 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ราคาประกาศแต่ละเรือนอาจสูงหรือต่ำกว่านี้
น่าลงทุนไหม? มีเหตุผลด้านการสะสมชัด แต่เป็นเรือนที่ความเดิมของสภาพมีผลต่อราคาอย่างมาก จุดแข็งคือสัดส่วน Jumbo กลไก Extra-Thin หน้าปัดที่มีเรื่องราว และสถานะของ Ref. 15202 หลังยุติการผลิต จุดเสี่ยงคือ White Gold เกิดรอยง่าย ขอบ Octagonal และผิวขัดสลับด้านสามารถเสียทรงจากการขัดแต่งได้ ก่อนซื้อควรตรวจความคมของขอบ ความหนาของตัวเรือน หน้าปัดเดิม สายที่ไม่ยืดเกินไป และเทียบราคากับเรือนสภาพใกล้เคียงจริง
ภาพ: Audemars Piguet
Royal Oak Offshore Diver Chronograph Orange
Ref. 26703ST.OO.A070CA.01
Royal Oak Offshore Diver Chronograph สีส้มเปิดตัวในปี 2016 สำหรับ Audemars Piguet Boutique และผลิตจำกัด 375 เรือน ตัวเรือนสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร จับคู่หน้าปัด Méga Tapisserie สีส้ม เคาน์เตอร์จับเวลาสีดำและสายยางสีส้ม จึงเป็นหนึ่งใน Offshore ที่มีภาพจำชัดที่สุดของยุค Funky Colour
ภายในใช้กลไก Automatic Calibre 3124/3841 พร้อม Chronograph สำรองพลังงานประมาณ 50 ชั่วโมง ขอบหน้าปัดด้านในสำหรับจับเวลาดำน้ำควบคุมด้วยเม็ดมะยมตำแหน่ง 10 นาฬิกา และกันน้ำ 300 เมตร
- จำนวนผลิต: Boutique Edition 375 เรือน เปิดตัวปี 2016
- จุดเด่น: หน้าปัด Méga Tapisserie สีส้ม, Diver Chronograph และกันน้ำ 300 เมตร
- ราคาป้ายเดิม: ไม่พบราคาป้ายจากเอกสารทางการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างชัดเจน ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 จึงไม่ใส่ตัวเลขคาดเดา
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 27,097 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับรุ่นสีส้ม จาก WatchCharts ข้อมูลวันที่ 8 กันยายน 2026 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
น่าลงทุนไหม? น่าสนใจกว่า Offshore รุ่นผลิตปกติ เพราะความหายากและภาพจำตรวจสอบได้ จำนวน 375 เรือน สีส้มทั้งหน้าปัดและสาย รวมถึงฟังก์ชัน Diver Chronograph ทำให้รุ่นนี้แยกออกจากตลาดได้ชัด แต่ Offshore มีตัวเรือนขนาดใหญ่และพื้นที่ผิวมาก รอย กระแทก และการขัดแต่งจึงส่งผลต่อราคามาก ก่อนซื้อควรตรวจ Full Set เม็ดมะยม ปุ่มกด ขอบยาง สายสีส้ม และ Service History หากเรือนถูกเปลี่ยนชิ้นส่วนสีหรือผ่านการขัดหนัก ความน่าสะสมจะลดลงทันที
06 Richard Mille ดาวอังคาร 30 เรือน กับ Papaya Orange 500 เรือน
ภาพ: Richard Mille
RM 52-05 Tourbillon
Pharrell Williams
RM 52-05 เปิดตัวในปี 2019 และผลิตจำกัด 30 เรือน มุมมองบนหน้าปัดไม่ได้พาเราออกไปมองดาวอังคาร แต่ให้ผู้สวมใส่มองกลับมายังโลกผ่านหมวกนักบินอวกาศ พื้นผิวดาวอังคารใช้ Red Gold และ Enamel ไล่สีส้มถึงแดงผ่านการเผาหลายชั้นที่ 850 องศาเซลเซียส
กลไก Manual Winding Tourbillon Calibre RM52-05 ใช้ Baseplate และ Bridges จาก Grade 5 Titanium ตัวเรือนผสม Brown Cermet กับ Carbon TPT
- จำนวนผลิต: Limited Edition 30 เรือน เปิดตัวปี 2019 และอยู่ในกลุ่ม Historical Models
- จุดเด่น: Tourbillon, งานศิลป์ดาวอังคาร และ Collaboration กับ Pharrell Williams
- ราคาป้ายตอนเปิดตัว: 969,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลเปิดตัวปี 2019 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 1.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากราคาประกาศของเรือน Full Set บน Chrono24 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ตัวเลขนี้เป็น Asking Price ไม่ใช่ราคาปิดดีล
น่าลงทุนไหม? ความหายากแข็งแรงมาก แต่เป็นตลาดระดับสูงที่สภาพคล่องต่ำ จำนวน 30 เรือน ชื่อของ Pharrell Williams งานศิลป์เฉพาะรุ่น และสถานะ Historical Model สร้าง Collector Story ที่เลียนแบบได้ยาก อย่างไรก็ตามราคาประกาศเกือบสองเท่าของราคาป้ายไม่ได้แปลว่าจะปิดดีลได้ในระดับเดียวกัน ผู้ซื้อควรตรวจ Serial, ใบรับประกัน, กล่อง, อุปกรณ์, ประวัติ Service และสภาพชิ้นส่วน Enamel อย่างละเอียด รวมถึงเปรียบเทียบเรือนที่เสนอขายมากกว่าหนึ่งแหล่ง เพราะงานที่มีจำนวนผลิตต่ำมากอาจไม่มีธุรกรรมมากพอให้สร้างราคากลางที่นิ่ง รุ่นนี้เหมาะกับนักสะสมที่เข้าใจงานศิลป์ของ Richard Mille ตั้งใจถือระยะยาว และรับเวลารอผู้ซื้อได้ มากกว่าผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อขายต่อในระยะสั้น
ภาพ: Richard Mille
RM 65-01 McLaren W1
Automatic Split-Seconds Chronograph
รุ่น Collaboration กับ McLaren Automotive เปิดตัวในปี 2024 และผลิตจำกัด 500 เรือน สี Papaya Orange และ Orange Quartz TPT เชื่อมกับ McLaren โดยตรง ภายในใช้ Calibre RMAC4 ความถี่ 5 Hz พร้อม Split-Seconds Chronograph, Rapid Winding และ Function Selector
ความสำคัญของรุ่นนี้อยู่ที่การเชื่อมกับ McLaren W1 มากกว่าการใช้สีส้มเพียงอย่างเดียว นาฬิกาผลิตรวม 500 เรือน ขณะที่รถผลิต 399 คัน เจ้าของรถมีสิทธิ์สั่งซื้อนาฬิกาแยกต่างหากและสามารถจับคู่ Serial กับรถได้ในบางเรือน ส่วนหมายเลข 400 ถึง 500 ถูกผลิตก่อนสำหรับนักสะสมทั่วไป จึงไม่ใช่จำนวน 500 บวก 399 และนาฬิกาไม่ได้แถมมากับรถ
- จำนวนผลิต: Limited Edition 500 เรือนทั่วโลก เปิดตัวปี 2024
- จุดเด่น: Calibre RMAC4, Split-Seconds Chronograph, Rapid Winding และเรื่องราว Matching Serial กับ McLaren W1
- ราคาป้ายตอนเปิดตัว: 320,000 ฟรังก์สวิสก่อนภาษี หรือประมาณ 373,300 ดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลเดือนตุลาคม 2024 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 485,000 ดอลลาร์สหรัฐจากราคาประกาศ Chrono24 ของเรือนปี 2024 Full Set อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ราคาปิดดีลจริงอาจต่ำกว่า
น่าลงทุนไหม? เรื่องราวแข็งแรงและมีฐานนักสะสมสองโลก แต่ยังใหม่เกินกว่าจะฟันธงแนวโน้มราคา จุดแข็งคือความสัมพันธ์กับ McLaren W1, กลไก RMAC4 และจำนวนผลิตที่ชัดเจน จุดเสี่ยงคือข้อมูลซื้อขายจริงยังน้อย ขณะที่ราคาประกาศปัจจุบันมี Premium เหนือราคาป้าย ผู้ซื้อควรแยกเรือนที่จับคู่ Serial กับรถออกจากหมายเลขสำหรับนักสะสมทั่วไป ตรวจ Allocation Paper, Full Set และประวัติที่มาของเรือน ก่อนใช้ราคาประกาศเพียงรายการเดียวเป็นตัวแทนตลาดทั้งหมด
07 F.P. Journe สายส้มที่เปลี่ยนได้ กับหน้าปัด Rose Gold โทน Salmon
ภาพ: Mavani & Co
élégante 48 mm Titalyt
Orange Rubber Strap
élégante 48 mm ใช้ Calibre 1210 แบบ Electromechanical จุดเด่นคือระบบ Motion Detector เมื่อนาฬิกาอยู่นิ่งประมาณ 35 นาที เข็มจะหยุดเพื่อประหยัดพลังงาน แต่ระบบยังนับเวลาต่อ และจะปรับเข็มกลับสู่เวลาปัจจุบันเมื่อเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ตัวเรือน Titalyt คือ Titanium Grade 5 ที่ผ่านกระบวนการเพิ่มความแข็งและให้ผิวสีเข้ม แต่ สายยางสีส้มเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนได้ จึงไม่ควรตีความว่าสีสายทำให้เรือนนี้เป็น Limited Edition หรือหายากกว่าสีอื่นโดยอัตโนมัติ สิ่งที่มีผลต่อมูลค่ามากกว่าคือ Reference, สีหน้าปัด, ปีผลิต, สภาพตัวเรือน และความครบของชุด
- กลไก: Calibre 1210 แบบ Electromechanical พร้อม Motion Detector
- จุดที่ควรจำ: สายสีส้มเปลี่ยนได้และไม่ใช่หลักฐานว่าตัวเรือนเป็นรุ่นพิเศษ
- ราคาป้าย: แบรนด์แสดงราคาแบบ Price on Request ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 จึงไม่มีราคาป้ายสาธารณะที่ยืนยันได้สำหรับเรือนนี้
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 110,000 ถึง 197,000 ดอลลาร์สหรัฐจากช่วงราคาประกาศของ Titalyt 48 มิลลิเมตร โดยเรือนสายส้มปี 2026 มี Asking Price 197,000 ดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
น่าลงทุนไหม? น่าจับตาจากชื่อ F.P. Journe และเอกลักษณ์ของกลไก แต่ไม่ควรซื้อเพื่อเก็งกำไรเพราะสีสาย Demand ของแบรนด์ทำให้ตลาดรองมี Premium สูง ทว่าช่วงราคาประกาศกว้างมากและไม่ได้เท่ากับราคาปิดดีล ผู้ซื้อควรตรวจ Reference ให้ตรงกับตัวเรือน Titalyt ตรวจสภาพผิว ความครบของสายและหัวเข็มขัด ใบรับประกัน และประวัติ Service หากซื้อในระดับราคาสูง ควรให้คุณค่ากับตัวนาฬิกาและกลไกก่อน เพราะสายสีส้มสามารถเปลี่ยนภายหลังได้
ภาพ: S.Song Watches
Octa Lune 42 mm Rose Gold
หน้าปัดโทน Salmon
เรือนตัวอย่างจากปี 2017 ใช้ตัวเรือน Rose Gold ขนาด 42 มิลลิเมตร พร้อมหน้าปัด Rose Gold ที่ผู้ขายเรียกว่า Salmon ภายในเป็น Calibre 1300.3 แบบ Self-Winding ทำจาก Rose Gold 18 กะรัต แสดงเวลา วันที่ Moon Phase และ Power Reserve
เสน่ห์ของ Octa Lune อยู่ที่การจัดหน้าปัดแบบไม่สมมาตรและกลไกทองซึ่งเป็นภาษาการออกแบบของ F.P. Journe มากกว่าสี Salmon เพียงอย่างเดียว เรือนปี 2017 ต้องตรวจให้ละเอียดว่า Reference, หน้าปัด, ขนาด 42 มิลลิเมตร และชิ้นส่วนทั้งหมดตรงกับเอกสาร เพราะคำว่า Salmon เป็นคำที่ผู้ขายใช้เรียกโทนสี ไม่ได้หมายความว่าทุกเรือนเป็น Limited Edition
- เรือนที่นำมาวิเคราะห์: ปี 2017 ตัวเรือน Rose Gold 42 มิลลิเมตร หน้าปัด Rose Gold โทน Salmon
- กลไก: Calibre 1300.3 ทำจาก Rose Gold 18 กะรัต พร้อมวันที่ Moon Phase และ Power Reserve
- ราคาป้ายเดิม: ไม่พบราคาป้ายปี 2017 จากเอกสารสาธารณะที่ยืนยันรุ่นย่อยนี้ได้ ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 จึงไม่ใส่ตัวเลขคาดเดา
- ราคาตลาดรองโดยประมาณ: 7.42 ล้านบาทจากราคาประกาศของเรือนปี 2017 Full Set บน Chrono24 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ตัวเลขนี้เป็น Asking Price ไม่ใช่ราคาปิดดีล
น่าลงทุนไหม? น่าสะสมจากคุณค่าของ Independent Watchmaking มากกว่าการเก็งกำไรจากคำว่า Salmon กลไกทอง Calibre 1300.3 การจัดหน้าปัดเฉพาะตัว และชื่อของ F.P. Journe เป็นปัจจัยหลักด้านมูลค่า แต่เรือนมือสองแต่ละปีอาจมีรายละเอียดต่างกันมาก ก่อนซื้อควรตรวจ Reference, Serial, หน้าปัดเดิม, ขนาดตัวเรือน, ใบรับประกัน และ Service History ให้ตรงกัน ราคาประกาศมากกว่า 7 ล้านบาทควรใช้เป็นเพียงจุดอ้างอิง ไม่ใช่ข้อสรุปว่าทุกเรือนขายได้ในระดับเดียวกัน
ถ้าถามว่า “นาฬิกาโทนส้มน่าลงทุนไหม” คำตอบคืออะไร?
ถ้ามองจากความหายากที่ตรวจสอบได้ Patek Philippe 5077/210R-001 และ Richard Mille RM 52-05 เด่นที่สุด แต่เป็นตลาดเฉพาะและใช้เงินสูงมาก ส่วน Rolex Oyster Perpetual Coral Red มี Thesis ที่เข้าใจง่ายกว่า เพราะยุติการผลิตแล้ว มีภาพจำชัด และมีตลาดซื้อขายกว้างกว่า
สำหรับ AP 15202BC, Patek 5968A และ F.P. Journe Octa Lune คุณภาพของเรือนและราคาที่เข้าซื้อสำคัญมาก ส่วน AP Offshore Diver Chronograph 26703ST มีเหตุผลด้านการสะสมจากสถานะ Boutique Edition 375 เรือน ขณะที่ élégante สายส้มควรซื้อเพราะชอบก่อน เพราะสีสายเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าหายาก
08 FAQ คำถามก่อนซื้อนาฬิกาโทนส้ม
นาฬิกาสีส้มเหมาะกับการลงทุนหรือไม่?
เหมาะเฉพาะบางรุ่น สีช่วยสร้างการจดจำ แต่ปัจจัยหลักยังเป็นจำนวนผลิต สถานะรุ่น Demand ราคาที่ซื้อ สภาพ อุปกรณ์ และประวัติของเรือนนั้น สีส้มเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักประกันว่าราคาจะเพิ่ม
ทำไม Rolex Oyster Perpetual Coral Red ขนาด 36 และ 41 มิลลิเมตรถึงราคาสูง?
Coral Red เปิดตัวในปี 2020 และยุติการผลิตในปี 2022 ทำให้ช่วงผลิตสั้นและ Supply จำกัด โดยเฉพาะขนาด 36 มิลลิเมตร Ref. 126000-0007 และ 41 มิลลิเมตร Ref. 124300-0007 ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการสูง WatchCharts ประเมินราคาตลาดรองโดยประมาณไว้ที่ 15,488 ดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 14 กันยายน 2026 และ 16,481 ดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 12 กันยายน 2026 ตามลำดับ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 อย่างไรก็ตามราคาจริงต้องดู Full Set สภาพ ปีผลิต และราคาปิดดีล ไม่ควรนำราคาของ 36 หรือ 41 มิลลิเมตรไปใช้แทนมูลค่าของรุ่น 31 มิลลิเมตรโดยตรง
Patek Philippe 5077/210R-001 ผลิตกี่เรือนและราคาป้ายไทยเท่าไร?
Patek Philippe ระบุว่าเป็น Limited Edition จำนวน 10 เรือน ราคาป้ายไทยที่ตรวจสอบล่าสุดอยู่ที่ 6,885,700 บาท ณ วันที่ 27 กันยายน 2026 ความหายากมาจากทั้งจำนวนผลิต งาน Cloisonné Enamel และ Miniature Painting ไม่ใช่เพียงโทนสีส้ม แต่ตลาดของ Rare Handcrafts มีผู้ซื้อเฉพาะทาง จึงต้องประเมินสภาพและ Provenance อย่างละเอียด
Patek Philippe Aquanaut Chronograph 5968A-001 น่าลงทุนหรือไม่?
5968A มีคุณค่าด้านรุ่นชัด เพราะเป็น Chronograph รุ่นแรกของ Aquanaut ใช้ตัวเรือนสตีล Flyback Chronograph และมีฐานผู้ซื้อทั่วโลก ราคาป้ายไทย 2,125,900 บาท จาก The Hour Glass Thailand อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 ส่วน WatchCharts ประเมิน ราคาตลาดรองโดยประมาณ 137,386 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.57 ล้านบาทในเดือนกันยายน 2026 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026 จุดแข็งคือ Demand และสภาพคล่อง แต่ Premium มากกว่าสองเท่าของราคาป้ายคือความเสี่ยงสำคัญ จึงเหมาะกับผู้ซื้อที่เลือก Full Set สภาพดีและตั้งใจถือระยะยาว
AP Royal Oak 15202BC เป็นหน้าปัด Salmon อย่างเป็นทางการหรือไม่?
คำว่า Salmon เป็นชื่อที่ตลาดใช้เรียกกัน ส่วน Audemars Piguet อธิบายหน้าปัดรุ่นนี้ว่า Pink Gold-Toned Petite Tapisserie Dial การใช้ชื่อทางการในรายละเอียดสินค้าและเก็บคำว่า Salmon เป็นคำค้นเสริม จะถูกต้องและชัดเจนกว่า
Richard Mille RM 52-05 Pharrell Williams ผลิตกี่เรือน?
Richard Mille ระบุว่า RM 52-05 Pharrell Williams ผลิตจำกัด 30 เรือน เปิดตัวในปี 2019 และปัจจุบันอยู่ในหมวด Historical Models ของแบรนด์
F.P. Journe élégante สายสีส้มหายากกว่าสีอื่นหรือไม่?
ไม่ค่ะ ไม่ได้หายากกว่าเพียงเพราะสายสีส้ม เนื่องจากแบรนด์มีสายยางหลายสีและสามารถเปลี่ยนได้ การประเมินมูลค่าควรดู Reference วัสดุตัวเรือน การประดับเพชร สภาพ และอุปกรณ์ มากกว่าสีสาย
ก่อนซื้อเพื่อเก็บมูลค่า ควรตรวจอะไรบ้าง?
ตรวจ Reference ให้ตรงรุ่น สภาพตัวเรือนและหน้าปัด ชิ้นส่วนเดิม อุปกรณ์ เอกสาร ประวัติการ Service และราคาปิดดีลของเรือนที่ใกล้เคียงที่สุด สำหรับรุ่นผลิตน้อย หน้าปัดหิน หรืองาน Rare Handcrafts ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ Provenance ก่อนชำระเงิน
EXPLORE AT THONG
อยากเทียบรุ่น สภาพ และราคาก่อนตัดสินใจ?
สอบถามสถานะ ราคา และนัดหมายดูเรือนจริงกับทีม THONG พร้อมตรวจรายละเอียดฟังก์ชันสำคัญก่อนตัดสินใจ
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ
Rolex
Oyster Perpetual 31 Coral Red
Day-Date 36 Carnelian Ref. 128238
WatchCharts: OP 31 Coral Red ตลาดรองโดยประมาณ เดือนกันยายน 2026
WatchCharts: Coral Red 36 ราคาวันที่ 14 กันยายน 2026
WatchCharts: Coral Red 41 ราคาวันที่ 12 กันยายน 2026
Rolex US Price List ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2024
Chrono24: ช่วงราคาประกาศ Day-Date Ref. 128238
Patek Philippe
Aquanaut Chronograph 5968A-001
Rare Handcrafts 5077/210R-001
The Hour Glass Thailand: ราคาป้าย 5968A-001 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
WatchCharts: 5968A ตลาดรองโดยประมาณ เดือนกันยายน 2026
5077/210R-001: ราคาป้ายไทย 6,885,700 บาท ตามข้อมูลที่ THONG ได้รับวันที่ 27 กันยายน 2026 และยังไม่มีฐานข้อมูลตลาดรองสาธารณะที่เพียงพอสำหรับค่ากลาง
Audemars Piguet
Royal Oak Jumbo Extra-Thin 15202BC
Royal Oak Offshore Diver Chronograph 26703ST Orange Boutique Edition
WatchCharts: 15202BC ตลาดรองโดยประมาณ เดือนกันยายน 2026
WatchCharts: 26703ST Orange ราคาวันที่ 8 กันยายน 2026
Richard Mille
RM 52-05 Pharrell Williams
RM 65-01 McLaren W1
GQ: ราคาป้าย RM 52-05 ตอนเปิดตัวปี 2019
Chrono24: ราคาประกาศ RM 52-05 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
Wired: ราคาป้าย RM 65-01 McLaren W1 เดือนตุลาคม 2024
Chrono24: ราคาประกาศ RM 65-01 McLaren W1 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
F.P. Journe
F.P. Journe: élégante 48 mm Titanium
F.P. Journe: Octa Lune
Mavani & Co: ที่มาภาพ élégante Titalyt Orange Strap
Chrono24: ราคาประกาศ élégante Titalyt สายส้ม อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
S.Song Watches: ที่มาภาพ Octa Lune 42 mm Rose Gold ปี 2017
Chrono24: ราคาประกาศ Octa Lune ปี 2017 อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2026
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลด้านการสะสม ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน มูลค่าและสภาพคล่องของนาฬิกาเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูล สภาพ และราคาตลาด ณ วันที่ตัดสินใจทุกครั้ง
